Recommend

Special-Report

ไม่ได้อัพบล็อกนาน แวะเอารูป+รายงานงาน comic party #40 ณ นครหลวงเวียงจัน มาฝากครับ
เราจะได้เห็นว่าวงการคอสเพื่อนบ้านเราก้าวหน้าไปเยอะแล้วนะเนี่ย

ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า เดี๋ยวนี้บริษัท Negibose เน้นไปทางออกงานอีเวนท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อเผื่อแพร่วัฒนธรรมย่อยญี่ปุ่น (Japanese sub-culture) ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า ลาว โดยมีฐานปฏิบัติการในประเทศไทย ตามนโยบาย Cool Japan! 

ซึ่งประเทศลาวเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ญี่ปุ่นรุกเข้าไปหนักมาก ผมได้เขียนข่าวเรื่องนี้ไว้ที่นี่ 
http://www.siamintelligence.com/japa...d-aid-in-laos/

และได้มีงาน Comic Party ไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ หอวัฒนธรรมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจัน
http://www.negibose.jp/laos/repo.html

ซึ่งครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ณ สวนสาธารณะเจ้าอนุวงศ์ ริมแม่น้ำโขง วิวสวยมากครั้บ งานกลางแจ้งเปิดโล่ง ลมแรง แดดแรง ฟ้าใส
งานนี้ซึ่งได้ร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศลาว และสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นประจำประเทศลาว ได้รับสปอนเซอร์จากเครื่องดื่มโออิชิ



โดยกำหนดการเริ่มบ่าย 2 แต่กว่าจะเริ่มจริงๆ ก็ บ่าย 3
ถึงจะเป็นงานที่จัดโดยชาวญี่ปุ่น แต่มาจัดในประเทศเขตร้อนอย่างเราๆ ท่านๆ ก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ



ท่านจุนโกะ โยโกตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศลาว กล่าวรายงาน



ท่านบัวเงิน ซาพูวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรม กล่าวเปิดงาน ความว่า

"เนื่องด้วยประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าแก่ลาวมากที่สุด มีมิตรจิตมิตรใจกับพี่น้องชาวลาวมาโดยตลอด เมื่อท่านได้นำเอาความสนุกสนานเบิกบาน ผ่านตัวการ์ตูนโดราเอมอนและโนบิตะ มาพบกับชาวลาวในครั้งนี้ ก็ขอให้มิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น มั่นยืนสืบต่อไปชั่วกาลนาน"

(ถอดความเป็นภาษาไทยโดยผมเอง)
ซึ่งท่านรัฐมนตรีบัวเงินผู้นี้ เป็นนักร้องดังของประเทศลาว ผู้ร้องเพลง "กุหลาบปากซัน" เป็นคนแรกนั่นเอง

 

แล้วก็เปิดตัวทูตวัฒนธรรมการ์ตูน โดราเอมอนและโนบิตะ







ซึ่งได้รับความนิยมจากพี่น้องชาวลาวอย่างล้นหลาม ต่อคิวกันถ่ายรูปจนเกือบหมดเวลา โฆษกจึงบอกให้มาอีกรอบในงานภาคค่ำ
จากนั้นเป็นการแสดงจากเลเยอร์รับเชิญชาวไทย นำโดย ออนนีส์ และท่านอื่นๆ

แล้วก็เป็นการประกวดร้องเพลง Anisongs ชาวลาวหลายท่านร้องดีมากระดับถ้ามาแข่งร้องในงานเมืองไทยสูสีแน่ๆ
ผมก็ถ่ายรูปเลเยอร์ชาวลาวไปด้วย (มีเลเยอร์ไทยอีสานมานิดหน่อย ไม่รวมเลเยอร์แขกรับเชิญ)



ชิซุกะจัง



เมย์ (Another)



คิริโตะ (SAO) และ โซฟีเลีย ( Black Cat)





ภาพรวม - มีทั้งซาสุเกะ นารุโตะ ลูฟี่ เทรน(Black Cat) สิบโทเคโรโระและกิโรโระ ฮินาตะ ไคโด (PoT) อิจิโกะ(Bleach) ฯลฯ ส่วนเลเยอร์ไทยที่เห็นก็มีแต่งเป็นอาโรน (Saint seiya Lost Canvas) และกัปตันมาร์เวลลัส(Gokaiger) 
เมื่อถามว่าชุดคอสไปหาจากไหน ก็มีทั้งสั่งตัดเอง และสั่งซื้อจากพ่อค้าไทยครับ


ปิดท้ายด้วยภาพเลเยอร์รับเชิญชาวไทยริมแม่น้ำโขงยามแลงอัสดง





และเพลง "หนุ่มลาว-สาวไทย" ของท่านรัฐมนตรีบัวเงิน-สุนารี ราชสีมา

 

มิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น มั่นยืน มีไทยเป็นตัวกลางครับ!

ประวัติศาสตร์มักเดินซ้ำรอยตัวเอง เหตุการณ์จะสำคัญเมื่อเรามองย้อนกลับไป ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อพ่อค้าเร่ขายผลไม้จุดไฟเผาตัวเองกลางจัตุรัสในเมืองที่แทบมองไม่เห็นจากแผนที่ เขาได้จุดประกายการประท้วงที่จะล่มผู้ปกครองเผด็จการในตูนิเซีย อียิปต์ ลิเบีย และสั่นคลอนระบอบการปกครองในซีเรีย เยเมน และบาห์เรน หรือจิตวิญญาณการต่อต้านนั้นจะเร่งเร้าให้ชาวเม็กซิกันลุกขึ้นสู่ความน่ากลัวของแก๊งค้ายาเสพติด ให้ชาวกรีกเดินขบวนต่อต้านผู้นำที่ไร้ความรับผิดชอบ ให้ชาวอเมริกันยึดครองสถานที่สาธารณะเพื่อประท้วงความไม่เท่าเทียมของรายได้ และให้ชาวรัสเซียระดมพลต่อต้านเผด็จการที่เลวร้าย บัดนี้ การประท้วงเกิดขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่าสามพันล้านคน และการประท้วงของโลกได้ปรากฏข่าวขึ้นบนหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ทวีคูณขึ้นไปกว่าปีที่แล้ว และมากกว่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์

หรือนี่เป็นจุดเปลี่ยนของโลก? ทุกแห่งหนดูเหมือนประชาชนกล่าวว่า พวกเขาทนมาพอแล้ว พวกเขาไม่พอใจ พวกเขาเรียกร้อง พวกเขาไม่สิ้นหวัง แม้ว่าได้รับคำตอบมาเป็นหมอกควันของแก๊สน้ำตาหรือห่ากระสุน  พวกเขาทำให้แนวคิดการรวมปัจเจกมาเป็นกลุ่มเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงเกิดขึ้นจริง และแม้ว่าการประท้วงจะแตกต่างกันไปในต่างที่ต่างถิ่น แนวคิดประชาธิปไตยปรากฏในทุกการรวมตัว รากศัพท์ของประชาธิปไตยคือ “demos” – ประชาชน และความหมายของประชาธิปไตย คือการปกครองของประชาชน และพวกเขาก็ทำ ถ้าไม่ใช่ในหีบเลือกตั้ง ก็เป็นตามท้องถนน อเมริกาเป็นชาติที่ชอบประท้วง และการประท้วงก็เป็นต้นทางหนึ่งของประชาธิปไตย และเป็นหลักฐานว่าประชาธิปไตยนั้นขาดแคลนลง

ผู้ประท้วงนั้นเป็นเครื่องหมายของการลุกขึ้นของคนรุ่นใหม่ ในอียิปต์ 60% ของประชากรมีอายุต่ำกว่า 25, ใช้เทคโนโลยีเป็น แต่นี่ไม่ใช่การปฏิวัติโดยเทคโนโลยี โซเชียลเน็ตเวิร์กไม่ได้ทำให้พวกเข้าออกมาเคลื่อนไหว แต่ทำให้พวกเขารวมตัวเข้าหากันได้และมีชีวิตชีวา เทคโนโลยีนั้นเปิดให้พวกเราได้ชมการประท้วง และกระจายเชื้อไวรัสของการประท้วง แต่นี่ไม่ใช่การประท้วงที่ถูกชักใย เป็นการประท้วงของมนุษย์ ของหัวใจและจิตใจ เทคโนโลยีที่เก่าแก่ที่สุด

ทุกแห่งหนในปีนี้ ผู้คนบ่นเรื่องความล้มเหลวของผู้นำตามแบบแผนและความไร้สมรรถภาพของสถาบันต่างๆ นักการเมืองไม่สามารถมองเห็นอะไรหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า และพวกเขาปฏิเสธจะทำเรื่องยากๆ เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราไม่เลือกปัจเจกชนคนไหนในปีนี้ แต่ความเป็นผู้นำก็มาจากฐานของพีระมิด ไม่ใช่จากยอด จากการจับสายตาและส่องให้เห็นสีสันของโลกด้วยคำสัญญาไม่หยุดหย่อน จากการหยุดยั้งรัฐบาลและภูมิปัญญาโบราณให้สิ้นสุดลง จากการผสานรวมเทคนิกเก่าแก่กับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อฉายแสงแห่งศักดิ์ศรีของมนุษย์ให้ลุกโชน และสุดท้าย จากการหมุนผืนพิภพให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นด้วยวิถีทางที่บางครั้งอาจดูอันตราย สำหรับศตวรรษที่ 21

ผู้ประท้วง คือบุคคลแห่งปี 2011 ของนิตยสารไทมส์

แปลจาก http://www.time.com/time/specials/packages/article/0,28804,2101745_2102139,00.html

โดย rick stengel

แปลโดย ธีรภัทร เจริญสุข สงวนสิทธิ์คำแปลตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ดูบุคคลแห่งปีที่ผ่านมาได้ที่

- มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก บุคคลแห่งปี 2010

- "คุณ" คือบุคคลแห่งปี 2006