Recommend

 
“ในเดือนธันวาคม 1910 หรือราวๆนั้น, ลักษณะของมนุษยชาติได้เปลี่ยนแปลงไป”
- เวอร์จิเนีย วูล์ฟ, 1924
 
แม้ว่าวูล์ฟจะกล่าวเกินเลยไปบ้าง แต่สิ่งเล็กน้อยที่เธอเห็นเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เริ่มต้นขึ้นในต้นศตวรรษที่ 20 “ระหว่างนายกับบ่าว, สามีกับภริยา, บุพการีกับทายาท” ได้เปลี่ยนไป ซึ่งเธอได้ทำนายไว้ล่วงหน้าว่าจะเปลี่ยนแปลงทุกขอบเขตของการมีชีวิตอยู่ จากศาสนาและการเมืองมาสู่พฤติกรรมของมนุษย์ น้อยคนนักจะปฏิเสธว่าเธอเข้าใจผิด หนึ่งศตวรรษต่อมา, เรากำลังใช้ชีวิตท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านอีกระลอกหนึ่ง วิธีการที่เราติดต่อกับคนอื่นและสถาบันต่างๆรอบตัวกำลังวิวัฒนาการไป ความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐสึกกร่อนลง อำนาจถูกกระจายออกพร้อมกับ, อาจจะ, ความศรัทธาระหว่างกันและกัน สำนึกของตัวตนแปรผันหลากหลายในขณะเดียวกันกับสำนึกของความเป็นส่วนตัวเริ่มขยายวงกว้างออก สิ่งใดที่เคยถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวกลับถูกกระจายแพร่หลายสู่คนอื่นเป็นล้านๆเพียงเคาะแป้นพิมพ์
 
มากกว่าผู้ใดในเวทีโลก, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แห่งเฟซบุ๊คอยู่ที่จุดศูนย์กลางของความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เขาถือกำเนิดในปี 1984 ปีเดียวกันกับที่คอมพิวเตอร์แม็คอินทอชเริ่มวางขาย เขาเป็นทั้งผลิตผลและสถาปนิกแห่งชั่วรุ่น ระบบเครือข่ายสังคมที่เขาคิดค้นได้เชื่อมต่อผู้ใช้งานกว่า 600 ล้านคน ในแต่ละวันมีข้อความใหม่ๆกว่าพันล้านถูกโพสต์ลงบนเฟซบุ๊ค มันเป็นเหมือนเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่สร้างดาวเคราะห์ดวงที่สิบขึ้นมา ปัจจุบันเฟซบุ๊คอาจถือได้ว่าเป็นประเทศที่ใหญ่อันดับสามของโลกและมีข้อมูลเกี่ยวกับประชากรของตนเองมากกว่ารัฐบาลของชาติรัฐใดๆจะมีได้ ซักเคอร์เบิร์ก, นักศึกษาที่เรียนไม่จบจากฮาร์วาร์ด คือประมุขแห่งรัฐผู้สวมเสื้อยืดคอกลมธรรมดาๆ
 
นักชีววิทยาสาขาวิวัฒนาการกล่าวว่า มีความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของเซเรบรัล นีโอคอร์เท็กซ์กับจำนวนความสัมพันธ์ในสังคมของสัตว์ในตระกูลไพรเมต มนุษย์มีขนาดของนีโอคอร์เท็กซ์ใหญ่ที่สุดและมีวงสังคมกว้างที่สุด คือประมาณ 150, อ้างโดยนักชีววิทยานาม โรเบิร์ต ดันบาร์ ค่าดันบาร์ที่ 150 สามารถพบได้ที่ค่าเฉลี่ยของจำนวนเพื่อนของบุคคลในเฟซบุ๊ค เพราะว่าทุกวันนี้เครื่องบินและโทรศัพท์เป็นช่องทางสื่อสารของสังคม มนุษยชาติจึงพบพานคนอื่นๆได้มากกว่าบรรพบุรุษของตน ซึ่งอาจพบคนอื่นได้เพียงแค่ 150 คนตลอดทั้งชีวิต ตอนนี้ความเป็นไปได้ในการพบปะเขื่อมต่อกันกำลังเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเร่งที่ไม่ธรรมดา ดังที่นักชีววิทยาผู้ยิ่งใหญ่ อี. โอ. วิลสันกล่าวว่า “เราอยู่ในดินแดนที่ยังไม่ถูกสำรวจ”
 
สื่อเครือข่ายสังคมทั้งหมดเกี่ยวพันกับส่วนผสมระหว่างโรคหลงตัวเองกับโรคชอบแอบดู เราแทบทุกคนมีทั้งสองอย่างอยู่ในตัวเอง ซึ่งเป็นเหตุให้สื่อเครือข่ายสังคมเติบโตและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทะลุทะลวงทุกขอบเขตเกินกว่าพัฒนาการทางสังคมใดๆในประวัติศาสตร์ สื่อเครือข่ายสังคมเข้าไปเล่นในบทบาทของมนุษยชาติที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาก่อน ถึงกับเข้าไปเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้
 
เช่นเดียวกันกับรองชนะเลิศทั้งสองคนในปีนี้, จูเลียน แอสแซงจ์ และชบวนการทีปาร์ตี้, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กไม่ได้รับความนับถือเลื่อมใสจากทางการตามระบบระเบียบประเพณี ซักเคอร์เบิร์กและจูเลียนเป็นเหมือนเหรียญคนละหน้า ทั้งคู่ปรารถนาความเปิดเผยและโปร่งใส ขณะที่แอสแซงจ์โจมตีสถาบันใหญ่ๆและรัฐบาลโดยไม่สมัครใจเพื่อเป้าหมายที่จะลดอำนาจสิ่งเหล่านั้นลง ซักเคอร์เบิร์กได้เพิ่มพลังอำนาจของปัจเจกบุคคลที่จะแบ่งปันข้อมูลโดยสมัครใจ แอสแซงจ์มองเห็นโลกที่เต็มไปด้วยทั้งศัตรูแท้จริงและศัตรูที่จินตนาการขึ้นมาเอง หากแต่ซักเคอร์เบิร์กเล็งเห็นโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนที่สามารถเป็นผองเพื่อน ทั้งคู่ดูถูกเหยียดหยามความลับ แอสแซงจ์เห็นว่าความลับจะทวีคูณความชั่วร้ายให้ปรากฏ ส่วนซักเคอร์เบิร์กกลับมองความลับว่าเป็นสิ่งตกค้างของยุคสมัย สิ่งกีดขวางการเชื่อมต่อที่ทรงประสิทธิภาพขึ้นระหว่างผู้คน
 
ในวัย 26, ซักเคอร์เบิร์กมีอายุมากกว่าบุคคลแห่งปีคนแรกของไทมส์เพียงปีเดียว ชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก-ชายหนุ่มผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อทวีปอีกผู้หนึ่ง เขามีอายุเท่ากับสมเด็จพระราชินีอลิซาเบ็ธที่ 2 ขณะทรงถูกยกย่องเป็นบุคคลแห่งปีของไทมส์ในปี 1952 ต่างจากสมเด็จพระราชินี, เขามิได้รับสืบทอดจักรวรรดิใดๆ หากแต่เขาได้สร้างจักรวรรดิหนึ่งขึ้นมาเอง(แม้กระทั่งสมเด็จพระราชินียังทรงสร้างเพจเฟซบุ๊คของพระองค์ในปีนี้) ตำแหน่งบุคคลแห่งปีไม่เคยเป็นและไม่เป็นเกียรติยศใดๆ นี่คือการระลึกถึงอำนาจของคนๆหนึ่งซึ่งก่อความเปลี่ยนแปลงสู่โลกใบนี้ สำหรับการเชื่อมต่อบุคคลเกินกว่าห้าร้อยล้านคนและสร้างแผนผังความสัมพันธ์ระหว่างสังคมของพวกเขา (บางสิ่งซึงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน) สำหรับการสร้างสรรค์ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบใหม่ซึ่งไม่อาจละทิ้งไปได้ และบางครั้งก็ดูน่ากลัว และในท้ายที่สุด สำหรับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของพวกเราในทางที่มองโลกในแง่ดีและสร้างสรรค์สุดๆ
 
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก จึงเป็นบุคคลแห่งปี 2010 ของนิตสารไทมส์
 
http://www.time.com/time/specials/packages/article/0,28804,2036683_2037181,00.html
บทบรรณาธิการ - Only Connect โดย Richard Stengel
แปลโดย ธีรภัทร เจริญสุข

Comment

Comment:

Tweet

บุคคลแห่งปีสำหรับชาวอินเตอร์เน็ตจริงๆ เนอะ นายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์กdouble wink

#22 By Mr.P on 2010-12-19 13:18

เมพจริงๆHot!
เมพทั้งบทความและมาร์ค

#21 By 609 on 2010-12-19 11:37

ส่วนผสมระหว่างโรคหลงตัวเองกับโรคชอบแอบดู = facebook

เอาจับจุดอ่อนมนุษย์มาใช้ได้ถูกจุดจริงๆ

#20 By Red on 2010-12-18 09:58

มันนี่เจ๋งจริงเนอะbig smile

#19 By XEGXEF on 2010-12-18 02:40

Hot! Hot! Hot!

#18 By jin_davil[ST] on 2010-12-17 21:18

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#17 By JaEjOoNgJuNg on 2010-12-17 19:30

Hot!

#16 By B-rz on 2010-12-17 18:02

เช่นเดียวกับ คห.8
"ซักเคอร์เบิร์ก นักศึกษาที่เรียนไม่จบจากฮาร์วาร์ด คือประมุขแห่งรัฐผู้สวมเสื้อยืดคอกลมธรรมดาๆ "

มองให้เป็นพลังว่าเราก็ทำได้เหมือนกันครับconfused smile

#15 By Keyboardboy on 2010-12-17 16:50

Hot!
^-^
เก่งจัง

#14 By -:+Hell whalE+:- on 2010-12-17 16:42

และในท้ายที่สุด สำหรับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของพวกเราในทางที่มองโลกในแง่ดีและสร้างสรรค์สุดๆ

#13 By http://www.tiffanyjewellerypalace.com/ (205.209.142.131) on 2010-12-17 16:34

ขณะที่แอสแซงจ์โจมตีสถาบันใหญ่ๆและรัฐบาลโดยไม่สมัครใจเพื่อเป้าหมายที่จะลดอำนาจสิ่งเหล่านั้นลง

ซักเคอร์เบิร์กได้เพิ่มพลังอำนาจของปัจเจกบุคคลที่จะแบ่งปันข้อมูลโดยสมัครใจ

#12 By links of london jewellery (205.209.142.131) on 2010-12-17 15:53

แสนล้านดอลล์(เขียนผิด)sad smile
เฮียมาร์ก เอาตังค์มาแบ่งผมมั่งดิsad smile

เขาว่าธุรกิจมีค่ามีประมาณแสนดอลล์ รวยเทพมากๆ wink
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! cry

#9 By sakoon on 2010-12-17 14:46

ชอบประโยคนี้นะ
ปัจจุบันเฟซบุ๊คอาจถือได้ว่าเป็นประเทศที่ใหญ่อันดับสามของโลกและมีข้อมูลเกี่ยวกับประชากรของตนเองมากกว่ารัฐบาลของชาติรัฐใดๆจะมีได้ ซักเคอร์เบิร์ก,นักศึกษาที่เรียนไม่จบจากฮาร์วาร์ด คือประมุขแห่งรัฐผู้สวมเสื้อยืดคอกลมธรรมดาๆ
Hot!

#8 By Nicky on 2010-12-17 13:01

Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By SOSTimer on 2010-12-17 10:28

Hot! Hot! Hot!

กดไลค์ คห.2 ค่ะ.. ถูกใจเหมือนกัน ^^'

#6 By HeDw!g on 2010-12-17 10:16

Hot! Hot! Hot!

#5 By ยายแม่บ้าน on 2010-12-17 09:35

คนสมัยนี้ มีเครื่องมือไฮเทคในการใช้ชีวิต
ยิ่งเด็กที่เกิดใหม่ใน พ.ศ นี้ เสพวัตถุตั้งแต่เกิด
คนทำให้โลกเปลี่ยนไป

#4 By ปิยะ99 on 2010-12-17 07:23

มัทเริ่มไม่สมัครใจแล้วสิ
sad smile
อย่างไรก็ตาม เขียนดีค่ะ ให้ดาว Hot! Hot! Hot!
ขณะที่แอสแซงจ์โจมตีสถาบันใหญ่ๆและรัฐบาลโดยไม่สมัครใจเพื่อเป้าหมายที่จะลดอำนาจสิ่งเหล่านั้นลง

ซักเคอร์เบิร์กได้เพิ่มพลังอำนาจของปัจเจกบุคคลที่จะแบ่งปันข้อมูลโดยสมัครใจ


ชอบประโยคนี้open-mounthed smile

#2 By คาโตเน่ on 2010-12-16 01:12

จากนี้ไป ปัจเจกชนจงแสดงพลังที่แท้จริงออกมา!

#1 By ศรี on 2010-12-15 22:38