Recommend

ทำไมหนังสือราคาแพง

posted on 18 Jun 2010 21:47 by terasphere in Special-Report

ช่วงนี้เห็นมีประเด็นเรื่องราคาหนังสือแพง ยกเลิกภาษีและเรื่องค่าลิขสิทธิ์ต่างๆมากมาย และบางคนอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลายๆเรื่อง ผมในฐานะเรียนสื่อสิ่งพิมพ์และได้ทำงานในวงการงานเขียนมาระยะหนึ่ง จึงจะขอนำเสนอว่า ในวงการสิ่งตีพิมพ์ คิดราคาหนังสือที่ติดไว้บนปกอย่างไร ทำไมถึงแพงกันนัก แล้วทำไมหนังสือบางเล่มทั้งหนา ทั้งสี่สี(โดยเฉพาะหนังสือคอมพิวเตอร์) ถึงตั้งราคาขายได้ถูกเหลือเกินถ้าเทียบกับคุณภาพ ครับ

ราคาหนังสือนั้น สามารถแยกปัจจัยหลักได้ 5 อย่าง ได้แก่

A. ต้นทุนการผลิต

ส่วนนี้คือต้นทุนแปรผันต่อเล่มที่ใช้ในการพิมพ์ ซึ่งก็คือค่าพิมพ์จากโรงพิมพ์(สนพ.ส่วนใหญ่ไม่มีโรงพิมพ์เป็นของตัวเอง) ต้นทุนส่วนนี้มาจากค่ากระดาษพิมพ์ หมึกพิมพ์ เพลต จะมากน้อยขึ้นอยู่กับคุณภาพการพิมพ์ว่าจะสอดสีกี่สี มีปกอาบมัน เคลือบพลาสติก(มีหลายเกรด) ใช้กระดาษอะไร ขนาดไหนและที่สำคัญคือยอดพิมพ์มากหรือน้อย เพราะถ้ายอดพิมพ์สูงจะสามารถเฉลี่ยค่าทำเพลตพิมพ์ออฟเซ็ตซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย คงที่ต่อครั้งได้มาก และถ้าได้พิมพ์ครั้งที่สองขึ้นไป สามารถใช้เพลตเดิมพิมพ์ได้ถ้าไม่มีการแก้ไขก็จะลดต้นทุนส่วนนี้ได้สูง ต้นทุนการผลิตนี้เองที่จะเป็นตัวแปรหลักของการตั้งราคาปกหนังสือ และเมื่อเราทราบต้นทุนการพิมพ์แล้วก็จะตกใจว่า หนังสือแพงๆนี้มีต้นทุนน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับราคาขายจริงที่อยู่หน้าปก

B. ค่าดำเนินการของสำนักพิมพ์

ส่วนนี้เป็นต้นทุนคงที่ต่อเดือนที่สำนักพิมพ์ต้องจ่าย ได้แก่ เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าสำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน ค่าไฟ ค่าน้ำ ฯลฯ อาจจะรวมต้นทุนแปรผัน เช่น ค่าจ้างพนักงานอิสระ(ฟรีแลนซ์)พิสูจน์อักษรหรือบรรณาธิกรณ์ และรวมไปถึงกำไรที่คาดหวังไว้ของนายทุนเจ้าของสำนักพิมพ์

C. ส่วนลดร้านหนังสือ

การขายหนังสือตามร้านค้าปลีก สำนักพิมพ์ต้องเผื่อส่วนลดสำหรับร้านค้าปลีกตั้งแต่ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว สี่ปั๊ว ฯลฯ ไว้ด้วย ส่วนใหญ่จะกันส่วนนี้ไว้ 20-30% จากราคาปก เราจึงเห็นว่าร้านหนังสือขายส่งใหญ่ๆ หรือร้านหนังสือปลีกตามหัวเมืองสามารถลดราคาหนังสือได้มากจนน่าตกใจ เพราะพวกเขาเป็นต้นทางของการส่งหนังสือนั่นเอง

D. ต้นทุนสายส่ง

ส่วนนี้คือปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาหนังสือแพงขึ้นมากในปัจจุบัน เพราะหนังสือทุกเล่มที่ผลิตโดยสำนักพิมพ์ออกไปสู่สายตาประชาชนและเราเลือก ซื้อได้ตามแผง ต้องผ่านการขนส่งโดยสายส่งกระจายไปตามร้านค้าและแผงหนังสือต่างๆ หนังสือไม่ได้ลอยจากแท่นพิมพ์เข้ามาอยู่ในมือของเราทันทีที่พิมพ์เสร็จเสีย เมื่อไร และสายส่งเป็นส่วนที่สามารถทำให้หนังสือดังหรือดับได้ง่ายๆเพียงแค่การ กระจายหนังสือให้ทั่วถึงหรือไม่ ปัจจุบันค่าสายส่งอยู่ที่ 40%-50% ของราคาปก!!!! หมายความว่าครึ่งหนึ่งของราคาหนังสือเต็มที่เราซื้อ จะกลายไปเป็นค่าน้ำมันและกำไรรถขนส่งของสายส่งสิ่งพิมพ์ต่างๆเลยทีเดียว สายส่งมาตรฐานใหญ่ๆ เช่น นายอินทร์ ซีเอ็ด คิดค่าสายส่งที่ 45% สำหรับสำนักพิมพ์ธรรมดา และอาจลดลงเหลือ 40% ให้แก่สำนักพิมพ์ใหญ่ๆที่ค้าขายกันมานาน แต่สายส่งร้านหนังสือประเภทนี้มักจะจำกัดชนิดและสภาพหนังสือ เช่น ไม่รับหนังสือที่สุ่มเสี่ยงต่อศีลธรรม มีภาพลามกอนาจาร หรือหนังสือจำนวนน้อย ส่วนสายส่งที่กระจายหนังสือได้กว้างไกลและไม่ติดเงื่อนไขอย่างสายส่งหนังสือ พิมพ์ไทยรัฐและเดลินิวส์ จะคิดค่าสายส่งแพงกว่าที่ 50% ยิ่งราคาน้ำมันแพงขึ้นเท่าไร แนวโน้มค่าสายส่งยิ่งทะยานสูงขึ้นไปตามเท่านั้น อีกทั้งการขายผ่านสายส่งยังต้องรอเงินเครดิตจนกว่าจะเก็บขายได้ราว 3-6 เดือนอีกด้วย

E. ค่าลิขสิทธิ์ของนักเขียน/นักแปล

เป็นต้นทุนเริ่มต้นก่อนจะมีหนังสือออกมาได้ ต้นทุนส่วนนี้มักจะคิดเป็นร้อยละของราคาปกคูณด้วยยอดพิมพ์หรือยอดจำหน่าย แล้วแต่สัญญาจะตกลงไว้ โดยมาตรฐานค่าลิขสิทธิ์นักเขียนจะเริ่มต้นตั้งแต่ 7%-15% ของราคาปก ซึ่งนักเขียนหน้าใหม่เริ่มต้นนั้นจะได้น้อยก่อน นักเขียนทั่วไปได้อยู่ที่ 10% เป็นมาตรฐาน ส่วนนักเขียนรุ่นเก๋าติดตลาดทำละครมามากมาย อย่าง ทมยันตี, แก้วเก้า, ประภัสสร เสวิกุล ฯลฯ นั้น นอกจากค่าลิขสิทธิ์ 15% ของราคาปกคูณยอดพิมพ์แล้ว ยังจะมีเงินเพิ่มพิเศษเฉพาะเรื่องหรือพรีเมียมให้ก่อนพิมพ์อีกด้วย ค่าลิขสิทธิ์ส่วนนี้อาจจะรวมค่ารูปประกอบในกรณีที่จ้างทำพิเศษนอกกอง บรรณาธิการ ค่าจ้างแปลในกรณีหนังสือแปล โดยมากรวมๆกันแล้วสำนักพิมพ์จะควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ให้สูงเกินไปนัก ก่อนนำมาคำนวณ

ต่อไปเป็นส่วนของการคิดคำนวณราคาหนังสือ

ต้นทุนการผลิตหนังสือเล่มหนึ่งขนาดพ็อคเก็ตบุ๊ค(A5) หนาประมาณ 150 หน้า พิมพ์กรีนรีดปกอาบมัน จำนวน 3,000 เล่ม ราคาต่อรองกันแล้วโรงพิมพ์พิมพ์ได้ที่เล่มละ 18 บาท

ส่วนลดร้านหนังสือ 30%
ค่าสายส่ง 40%
ค่าลิขสิทธิ์นักเขียน 10%

ให้ราคาปกหนังสือที่จะเท่าทุนพอดีเมื่อขายหนังสือหมดเป็น X บาท
จะคิดได้เป็น

x = 18 + 30x/100 + 40x/100 + 10x/100
x = 18 + 80x/100
x - 80x/100 = 18
20x/100 = 18
x = 90

(หากท่านอยู่เกินชั้นมัธยมต้นแล้วยังไม่เข้าใจ กรุณาปรึกษาอาจารย์คณิตศาสตร์ใกล้บ้านด่วน)

ดังนั้นราคาปกที่ถ้าขายหมดแล้วเท่าทุน คือเล่มละ 90 บาท แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสำ