Recommend

วิกฤตหนี้ดูไบ ของจริงหรือกลลวงของเศรษฐีน้ำมัน?
Dubai debt crisis, Real or Hoax from Oil Tycoon?


สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ภาคการเงินของโลกตะวันตกเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเทศกาลฉลองต่อเนื่องของ วันขอบคุณพระเจ้า และโลกอิสลามกำลังสวดภาวนารำลึกในโอกาสวันตรุษอิฎิลอัษฮา สภาพเศรษฐกิจการเงินโลกในไตรมาสที่ 4 ดูจะฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง ทันใดก็เกิดข่าวสั่นสะเทือนวงการการเงินโลกอย่างหนัก เมื่อรัฐบาลของรัฐดูไบ ประกาศเลื่อนชำระหนี้ครั้งใหญ่ของบริษัทดูไบ เวิลด์ ซึ่งเป็นบรรษัทลงทุนของรัฐ(Sovereign Wealth Fund) มูลค่ากว่า 59,000 ล้านเหรียญ ไปอีก 6 เดือน ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โลหะมีค่า และราคาหุ้นทั่วโลกตกร่วงไปตามๆกันเนื่องจากเกรงว่าปัญหาจะลุกลามไปเป็น วิกฤตการเงินโลกซ้ำซ้อนมากขึ้น


เกาะถมทะเลสร้าง ปาล์ม จาไมรา กลางอ่าวเปอร์เซีย

ดูไบ รัฐนักธุรกิจริมอ่าวเปอร์เซีย

นครรัฐดูไบ มีฐานะเป็นรัฐอิสระรัฐหนึ่งใน 7 รัฐ ซึ่งรวมตัวกันเป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปกครองด้วยระบอบสุลต่าน และมีเชื้อพระวงศ์บริหารจัดการรัฐบาลและการลงทุนทั้งหมด รัฐดูไบเริ่มต้นเส้นทางแห่งความมั่งคั่งทางธุรกิจในต้นทศวรรษที่ 90 เมื่อเปิดตัวเป็นเมืองท่าปลอดภาษี และสร้างสาธารณูปโภคต่างๆไม่ว่าจะเป็นท่าอากาศยาน ขนส่งมวลชน ไว้รองรับการเป็นศูนย์กลางการค้าและคมนาคมในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเมื่อโลกเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในตลาดโลกจากผลของสงครามต่อต้านการก่อการร้ายของ สหรัฐอเมริกา ทำให้ดูไบซึ่งเป็นรัฐเมืองท่าปากอ่าวเปอร์เซีย ควบคุมเส้นทางการขนส่งของเรือขนส่งน้ำมัน รวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน ได้ผลประโยชน์มากแม้ว่าใต้ผืนดินของดูไบเองจะมีน้ำมันสำรองอยู่ปริมาณน้อยก็ ตาม ซึ่งรัฐบาลดูไบก็ใช้เงินนั้นจัดตั้งกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งรัฐเป็น บรรษัทชื่อ ดูไบ เวิลด์(Dubai World) ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับเทมาเสก(Temasek) ของสิงคโปร์ และเริ่มลงทุนสร้างสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์มากมายในดินแดนของตนผ่านบริษัทนา กีล (Nakheel) ไม่ว่าจะเป็นการถมทะเลทำเกาะรูปร่างต่างๆ โรงแรมหรูเบิร์จ อัล อาหรับ และอาคารสูงเสียดฟ้าจำนวนมากเพื่อหวังว่าจะรองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว จากทุกมุมโลก

ฟองสบู่ของอสังหาริมทรัพย์บนผืนทะเลทราย

คำพังเพย “เงินต่อเงิน” เป็นความจริงมาทุกยุคทุกสมัย เมื่อคนรวยอยากลงทุน ไม่ต้องใช้เงินของตัวเองก็มีนายธนาคารจากทุกสารทิศมาอ้อนวอนให้กู้ไปลงทุน เพื่อหวังกำไรจากดอกเบี้ย แม้ว่ารัฐดูไบจะเป็นรัฐอิสลามห้ามปล่อยกู้กินดอก แต่ก็มีการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อระดมเงินลงทุนตามกฎหมายอิสลามที่เรียกว่า ซูกุก (Sukuk) แน่นอนว่ารัฐเศรษฐีน้ำมันปล่อยพันธบัตรออกมา ย่อมมีทั้งสถาบันการเงินน้อยใหญ่จากนิวยอร์คถึงโตเกียวแห่เข้ามาซื้อกัน อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ด้วยไม่มีใครเชื่อว่าจะเกิดปัญหาขึ้นได้


เบิร์จ ดูไบ ว่าที่ตึกที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งคงจะเป็นว่าที่ต่อไปอีกนาน

เมื่อแหล่งเงินทุนพร้อม ความทะเยอทะยานพร้อม กลุ่มทุนจากดูไบก็พร้อมจะสยายปีกเข้าไปลงทุนทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสโมสรฟุตบอลของอังกฤษ อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา หรือธุรกิจสายการบินที่บริการหรูหราเกินใครอย่างเอมิเรตส์ แอร์ โครงการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศชั้นหรูสำหรับอภิมหาเศรษฐีกลางทะเลทรายก็ผุด ขึ้นมาราวกับเนรมิต แบบแปลนก่อสร้างตึกสูงระดับโลกก็แข่งกันตีข่าวทุกเดือน ถึงขั้นวงการสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมโยธากล่าวขานว่า ถนนทุกสายมุ่งสู่ดูไบเลยทีเดียว

เมื่ออิฐก้อนแรกของหอคอยบาเบลเริ่มทรุดลง

วิกฤตซับไพรม์ที่แสดงฤทธิ์ในปลายไตรมาสที่ 3 ของปี 2008 คือจุดเริ่มต้นของความซบเซาของกลุ่มทุนดูไบ การลงทุนในตราสารหนี้และอสังหาริมทรัพย์ตามสมัยนิยมก่อภาระขาดทุนให้แก่กอง ทุนการเงินต่างๆทั่วโลกอย่างถ้วนหน้า รัฐดูไบเองก็ไม่พ้นภาวะวิกฤตนี้เช่นกัน การก่อสร้างตามอภิมหาโครงการต่างๆเริ่มชะลอตัวลง ประกอบกับสถาบันการเงินต่างๆได้ทยอยกับปิดตัว ควบกิจการ และล้มกันเป็นทอดๆ หนี้สินต่างๆก็เริ่มทบซ้อนกันมากขึ้น ในต้นปี 2009 เอง ธนาคารโลกก็เคยออกความคิดเห็นเตือนเรื่องการพัฒนาและหนี้สิ้นของรัฐดูไบมา แล้วครั้งหนึ่ง แต่ทางชีคมุฮัมหมัด อัล ราชิด อัล มัคทูม รองนายกรัฐมนตรี และประธานบริษัทดูไบเวิลด์ก็ออกมายืนยันว่า ดูไบมีศักยภาพพอที่จะระดมทุนมาจ่ายหนี้คืนอย่างแน่นอน


แดงทั้งกระดาน โดยไม่ต้องรอโฟนอิน

แต่แล้วเมื่อเช้าวันที่ 27 พฤศจิกายน 2009 การประกาศเลื่อนชำระหนี้ก้อนใหญ่เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัทดูไบเวิลด์ และหนี้ที่เกี่ยวข้องของบริษัทนากีล ก็สร้างความแตกตื่นให้แต่สถาบันการเงิน นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจทั่วโลก แม้ว่าจะเคยมีนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้แล้วก็ตามแต่ก็ไม่ได้คาดคะเนว่า มาตรการของรัฐบาลดูไบจะรุนแรงถึงขั้นพักชำระหนี้ (Debt Moratorium) ทำให้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียเป็นสีแดงทุกกระดาน รวมถึงเมื่อตลาดฝั่งตะวันตกเปิดทำการก็ร่วงลงด้วยความกังวลของนักลงทุนว่า เหล่าสถาบันการเงินตะวันตกที่เข้าไปมีส่วนกับเงินทุนของดูไบอาจได้รับผล กระทบรุนแรงตามกัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินทั้งมูดี้ส์ และสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ ปรับลงความน่าเชื่อถือทางการเงินของพันธบัตรดูไบลงไปต่ำสุด รวมถึงข่าวจากสำนักข่าวต่างๆที่โหมกระหน่ำความตื่นตระหนก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทยเอง บางสำนักข่าว(ที่เราก็รู้กันดี)ถึงขั้นเชื่อมโยงกับอดีตนายกฯของไทยที่ยัง ลี้ภัยคดีอยู่ที่ดูไบด้วย

ความแตกตื่นหนึ่งวัน ภาพลวงตาของวิกฤตเพื่อเก็งกำไร?

แต่วิกฤตที่ดูเหมือนรุนแรงนี้กลับหยุดชะงักลงภายในชั่วครึ่งวัน เมื่อธนาคารกลางแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และรัฐอาบู ดาบี ซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดและมีน้ำมันสำรองมากที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศรับซื้อหนี้และสนับสนุนการเงินแก่บริษัทดูไบเวิลด์และรัฐดูไบ ทำให้ทั้งราคาทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ โลหะมีค่า ดีดตัวกลับขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับก่อนประกาศพักชำระหนี้ภายในไม่กี่ ชั่วโมง ทำเอาอาซิ้มอาซ้อที่แตกตื่นข่าวแห่เทขายทองคำต้องนั่งเก๊กซิมวิงเวียนหน้ามืดตาลาย เรียกหายาลมยาหม่องไปหลายตลบ


สงสัยแขกดูไบ จะเป็นแขกดอย(คอยแดก) ซะล่ะมั้ง ลงฮวบแล้วขึ้นพรวดเชียว

แม้นักวิเคราะห์ตะวันตกส่วนใหญ่จะมองว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นสัญญาณการล่มสลายของกองทุนความมั่งคั่งแห่งรัฐ ที่ใช้เงินทุนของประเทศเข้าไปลงทุนอย่างฟุ้งเฟ้อและเกินเลย ซึ่งวิกฤตครั้งนี้ส่งผลกระทบกับสถาบันการเงินของยุโรปเป็นส่วนมาก ส่วนภาคธุรกิจของสหรัฐ และเอเชียตะวันออกนั้นได้รับผลกระทบน้อยกว่า แต่ก็มีนักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งชี้ประเด็นการเข้ามาอุ้มดูไบของรัฐอาบู ดาบี ว่า เหตุใดจึงไม่เจรจากันเป็นการภายในก่อนจะประกาศเลื่อนการชำระหนี้ และการดีดตัวของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อย่างรวดเร็วนั้น อาจจะมีผู้ได้ผลประโยชน์จากการเก็งกำไรระยะสั้นหลังการแถลงข่าวของรัฐดู ไบอยู่

อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วโลกต่างก็ต้องจับตามองทิศทางการฟื้นฟูหนี้ และการตกลงเจรจาระหว่างดูไบ อาบู ดาบี และสถาบันการเงินเจ้าหนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบที่จะมีต่อธนาคารบาร์เคลย์ส และสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดของอังกฤษ เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของดูไบ เวิลด์ ว่าจะออกมาในทางใด เพราะหางเลขของวิกฤตซับไพรม์นั้นยังดูจะไม่หมดสิ้น หากมีสถาบันการเงินขนาดใหญ่ต้องล้มไปอีกก็อาจจะเกิดผลรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง ก็เป็นได้

ด้านผลกระทบ กับประเทศไทยนั้น ยังดูห่างไกลเพราะแค่วิกฤตของประเทศไทยเองก็เหลือจะแก้อยู่แล้ว ดูไบจะเป็นอะไรก็คงไม่กระเทือนเท่าไรนัก(ฮาไม่ออก) ยกเว้นกับแรงงานไทยที่กำลังไปทำงานก่อสร้างแถบนั้น ที่อาจโดนหางเลขเมื่อยกเลิกโครงการก่อสร้าง ระงับสัญญาส่งกลับมาบ้านกันหมด จะไปเสียนามาเสียเมียหรือเปล่าก็คงต้องภาวนาให้รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกา ส่วนคนไกลเจ้าเก่าชอบโฟนอินที่ยังจิบไวน์อยู่แถวนั้น ซึ่งน่าจะเจ๊งไปกับเงินลงทุนในดูไบไม่น้อยก็ช่างหัวเขาไปแล้วกัน


อ้างอิง

http://www.bloomberg.com/apps/news?pid=20601087&sid=a53F7PuSaIP8&pos=2
http://www.bloomberg.com/apps/news?pid=20601109&sid=awbY8oOeJUbk&pos=11
http://edition.cnn.com/2009/BUSINESS/11/27/dubai.world.debt/index.html
http://edition.cnn.com/2009/BUSINESS/11/27/dubai.world.debt.reaction/index.html
http://news.bbc.co.uk/2/hi/business/8382103.stm
http://english.aljazeera.net/business/2009/11/20091126103029690634.html
http://english.aljazeera.net/business/2009/11/20091128144913644499.html
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1259417412&grpid=00&catid=

รวบรวมและเรียบเรียงโดย เทราสเฟียร์เจ้าเก่า
ไม่จำกัดลิขสิทธิ์ เผยแพร่ได้ตามใจชอบครับ

 

ปอลิ่ง.... ประเทศไทยกู้ปีนี้ปีเดียว เท่ากับครึ่งนึงของดูไบที่พักชำระหนี้
เค้าสร้างอะไรได้อลังการมากมายก่อนจะฟุบ....นะเออ

Comment

Comment:

Tweet

sad smile Hot!

#39 By HyPeR MonKeY on 2009-12-06 21:08

Hot! แย่แล้ว

#38 By Snowmist on 2009-12-02 12:02

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

Hot! Hot!

#37 By Kuromiya_bi on 2009-12-02 03:14

เรื่องการเงิน หุ้นอะไรนี่ แทบไม่ค่อยรู้เรื่อง
แต่ก็สัมผัสถึงความสนุกเล็กๆ

สงสัยต้องหาข้อมูลซะแล้ว

#36 By @NATT2222 on 2009-12-01 22:03

Hot! Hot! Hot!

#35 By 「SeLecToR +」 ck on 2009-12-01 21:46

big smile Hot!

#34 By หมีบ้า on 2009-12-01 18:03

ข่าวดังมาก ผ่านไปครึ่งวันก็ประกาศอุ้ม...sad smileเล่นตลกอะไรกัน

#33 By =*MoonShiNe Ze*= on 2009-12-01 16:50

สมน้ำหน้าแล้วล่ะ อยากอวดรวยดีนัก ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย Hot! เฮ้อ สงสารคนตัวเลขๆ

#32 By aboxor on 2009-12-01 14:25

ได้รายละเอียดดีจริง ๆ

#31 By สังกะสี on 2009-12-01 14:18

แจ่มเลยครับ

#30 By XEGXEF on 2009-12-01 13:44

อยากให้อ่านอันนี้ด้วยค่ะ
http://www.businessinsider.com/why-dubai-was-obviously-a-bubble-2009-11

#29 By Mango Hotel on 2009-12-01 12:56

มีการได้รับผลประโยชน์จากการเก็งกำไร
ในระยะสั้นอย่างมหาศาล
ว้าวววววว

กาลังมองหาข่าวไปพรีเซนหน้าห้องเลยค่ะ

ขออนุญาติเอาข้อมูลจากบล๊อกไปทำด้วยเเล้วกันนะค่ะ

จาเอาไปทำพาวเวอร์พอยด้วย



Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!


big smile ขอแอดด้วยเลยเเล้วกัน.....อิอิ

#27 By OoโลกกลมoO on 2009-12-01 00:46

หึหึ ปอลิ่งกินขาดdouble wink

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#26 By S.Sasi on 2009-12-01 00:23

Hot!

#25 By rainorshine on 2009-12-01 00:03

ปอลิ่งได้ใจจริงๆ cry Hot! Hot! Hot!

#24 By clock on 2009-11-30 23:47

เอาไปทวีตเรียบร้อย แหะๆopen-mounthed smile ขออนุญาตินะคะ

#23 By olive on 2009-11-30 18:25

ข้อมูลปึ้กมากHot!

#22 By olive on 2009-11-30 18:06

อ่านเสร็จก็กดเลยค่ะ ให้เยอะๆเลย

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#21 By NaShi_Y on 2009-11-30 18:01

hot เสียที ได้ทราบกันว่าอะไรเป็นอะไรกันเยอะๆ ว่าเงินไม่ใช่ทุกอย่าง big smile

#20 By Shuu Exteen on 2009-11-30 17:50

Hot! Hot! Hot!

#19 By Mr. Aey on 2009-11-30 17:31

ว้า....แย่จัง ว่าจะไปเที่ยวสักหน่อยอดเลย^^

#18 By อ้นไรเดอร์ on 2009-11-30 14:38

Hot! Hot!
แอบงงๆ
คงต้องอ่านหลายๆรอบsad smile

#17 By kekhuay on 2009-11-30 14:25

เป็นเรื่องของการ "เก็งกำไร" นักลงทุนซื้อบ้าน ซื้อห้อง ในตึกสูงๆ (เช่น เบิร์จ ดูไบ ทั้งๆยังสร้างไม่เสร็จ ) เพื่อมาขายต่อในราคาที่(เคย)ได้สูงลิบลิ่ว..แต่ขณะนี้ ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า..เพราะจริงๆแล้ว..คนอยู่อาศัยจริงๆ "ไม่มี" หรือมีน้อยมากค่ะ..เหตุผลก็ตามข้างต้น..ก่อสร้างมากมายจนต้องเกณฑ์แรงงานจากต่างประเทศมา (เช่นอินเดีย) สองสามปีก่อนมีคนคาดการณ์ว่า..อนาคตดูไบด้านอสังหาริมทรัพย์จะหรูหราไฮโซเช่นนี้ตลอดไปหรือไม่..สงสัยวันนั้นจะมาถึงแล้วมั๊ง !! Hot! Hot! Hot!

#16 By Satoshi on 2009-11-30 11:31

หุ้นเรอะ อืม..... งง 55

#15 By ปูเส้น on 2009-11-30 11:20

กำลังเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างยิ่ง เปิดไปดูข่าวช่องไหนก็เจอวิเคราห์

#14 By Clepsydra:: on 2009-11-30 10:51

ถึง คุณเทราสเฟียร์

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ครับ อ่านแล้วทำให้เข้าใจอะไร ๆ ขึ้นอีกเยอะเลยครับ Hot! surprised smile

#13 By Old Mustang on 2009-11-30 10:32

Hot!

#12 By Elta_kung on 2009-11-30 09:32

Hot! Hot! Hot!

ละทำไมนู๋ยังเห็นนาย ก ประเทศไหนซักที่

บอกว่ามันไม่กระทบ ศก. เราหรอก

อืม...เนอะ!!

#11 By Totosan on 2009-11-30 09:07

Hot! Hot! Hot! แบบนี้นี่เอง

#10 By น้ามชา on 2009-11-30 08:46

อืม ไทยพาณิชย์ก็เป็นอีกหนึ่งในธนาคารที่ปล่อยกู้ให้Dubai World ค่ะ อีกหนึ่งผลกระทบที่คงไม่กระทบส่วนใหญ่ของบ้านเรา:D

#9 By mikan on 2009-11-30 00:31

ทำไมบทความสาระแบบนี้ไม่ค่อยได้ขึ้นหน้าแรกก็ไม่รู็
ทั้งทีมันออกจะเป้นเรื่องสำคัญในโลก Hot!

#8 By Shuu Exteen on 2009-11-29 22:57

แอบมากดให้ Hot! Hot! Hot!

#7 By Fernall on 2009-11-29 21:08

Hot!
อืม... (เห็นด้วยกับ คห.4 ด้วยค่ะ)

#6 By Sp@rk on 2009-11-29 15:06

หนูไม่รู้เรื่อง
Hot!
อ่านตรงปอลิ่งแล้ว...ของเรากู้มาหายไปในอากาศยังไงชอบกล sad smile

#4 By chubby on 2009-11-29 10:23

Hot! ที่แน่ๆ ตลาดหุ้นวันนั้นสนุกมากเลยหละ...sad smile

#3 By on 2009-11-29 07:38

ตามกระแสเศรษฐกิจลกมากไปก็งี้แหล่ะ

#2 By เคนหนี้ on 2009-11-29 07:09

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! ไม่พูดมาก อ่านแล้วกดอย่างเดี่ยว

#1 By songsage on 2009-11-29 06:39