Recommend

ท่ามกลาง เงื้อมมือของเผด็จการทหารที่ครอบงำประเทศฟิลิปปินส์ในทศวรรษที่ ๘๐ มีดอกไม้เหล็กดอกหนึ่งผลิบานขึ้น อำนาจเสียงแห่งประชาชนที่เป็นเหมือนน้ำฝนและปุ๋ยที่หล่อเลี้ยงดอกไม้เหล็ก ดอกนี้ให้ต่อต้านแรงบีบเค้นของเงื้อมมือนั้นอย่างทระนงในศักดิ์ศรีจนโค่นล้ม บัลลังค์ของจอมเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ที่ครองอำนาจมายาวนานถึง ๒๐ ปีได้ในที่สุด นามของดอกไม้เหล็กดอกนั้นคือ คอราซอน อาควิโน อดีตประธานาธิบดีหญิงแห่งฟิลิปปินส์ ผู้เรียกตนเองว่าเป็นเพียง “แม่บ้านธรรมดา”



จากหลังครัว แม่บ้านธรรมดาที่คอยสนับสนุนสามีอยู่ห่างๆ เมื่อเบนิโญ อาควิโน สามีของเธอถึงแก่มรณกรรมด้วยกระสุนลอบสังหารหลังจากเดินทางกลับจากการลี้ภัย ที่อเมริกาคืนสู่แผ่นดินเกิดในปี ๑๙๘๓ ด้วยฝีมือของตำรวจลับภายใต้คำสั่งของจอมเผด็จการมาร์กอสที่เกรงว่าเบนิ โญหรือนอยนอย จะได้รับความนิยมเกินหน้าในการเลือกตั้งที่จะมาถึง คอราซอน หรือที่ประชาชนชาวตากาล็อกเรียกกันโดยทั่วไปว่า "ตีต้าคอรี่" หรือ “คุณป้าคอรี่” จึงเริ่มการรณรงค์เพื่อหาเสียงเพื่อเป็นประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในปี ๑๙๘๖ ต่อสู้กับระบอบเผด็จการพร้อมกับการประท้วงของประชาชนและศาสนจักรคาธอลิกแห่ง ฟิลิปปินส์ ด้วยศรัทธาในประชาชนและศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าไปพร้อมๆกัน



“คุณป้าคอรี่” มิได้อาศัยเพียงแรงศรัทธาของประชาชนฟิลิปปินส์ที่เชื่อในตัวสามีของนาง หากแต่แสดงให้เห็นถึงความอดทน ทรหด ต่อสู้กับแรงบีบคั้นของมาร์กอสด้วยความเรียบง่าย ธรรมดา และความเห็นอกเห็นใจในชีวิตของสามัญชนคนธรรมดาเช่นเดียวกัน ในขณะที่นางอิเมลดา มาร์กอส สตรีหมายเลขหนึ่งเดินทางท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินของประเทศอย่างสุรุ่ยสุร่าย จนมีเสียงนินทาว่ามีห้องเก็บเฉพาะรองเท้าของนางมาร์กอสอยู่ในทำเนียบ ประธานาธิบดีมาลากันยัง นางอาควิโนกลับเดินเท้าเปล่า นั่งรถโดยสารประจำทาง เข้าไปพบปะกับประชาชนตามแหล่งชุมชนเสื่อมโทรม และสัญญาว่าจะทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น



อดีตประธานาธิบดีอาควิโนไม่ได้ต่อสู้เพียงแค่กับจอมเผด็จการมาร์กอสเท่า นั้น เพราะเบื้องหลังของมาร์กอสมีเงาทะมึนของสหรัฐอเมริกาในยุคของอดีต ประธานาธิบดีเรแกนยืนค้ำยันไว้อยู่ เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาว่า พลเอกมาร์กอสชนะด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นที่ได้มาจากการโกงการนับคะแนนเสียง การข่มขู่ และ อำนาจปืนของทหาร ประชาชนที่รักในความยุติธรรมและประชาธิปไตยชาวฟิลิปปินส์ต่างพากันออกมาสู่ ท้องถนน เดินขบวนไปสู่ทำเนียบมาลากันยังเพื่อประท้วงผลการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ทุกโบสถ์ประกาศประณามนายพลมาร์กอส และ นางอาควิโนก็เรียกร้องให้คว่ำบาตรเลิกซื้อสินค้าจากบริษัทห้างร้านที่สนับ สนุนมาร์กอสโดยสิ้นเชิง ฝ่ายทหารนำโดยนายพลฟิเดล รามอสก็ปฏิเสธการใช้กองกำลังเข้ารัฐประหารตามคำสั่งของเขา ศาลฎีกาสูงสุดของฟิลิปปินส์พิพากษาให้นางอาควิโนขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๑๙๘๖ โดยสาบานตน ณ ห้องทำงานของประธานศาลฎีกาสูงสุด ส่วนมาร์กอสได้ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายด้วยการให้กองกำลังที่ยังจงรักภักดีจุก ช่องล้อมวงทำเนียบมาลากันยัง และสาบานตนกับเหล่าผู้รับใช้ของตนเอง ซึ่งในที่สุดจอมเผด็จการก็ต้องลี้ภัยออกจากประเทศภายในคืนนั้นเอง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกเรียกในภายหลังว่า People Power Revolution และนิตยสารไทมส์ ก็ยกย่องให้นางอาควิโนเป็นสตรีแห่งปี ๑๙๘๖ และเป็นวีรสตรีแห่งประชาธิปไตย



ภายใต้อำนาจประธานาธิบดีของคุณป้าคอรี่ นางได้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาร์กอสทำให้ผิดเพี้ยนไป ปฏิรูปกฎหมายที่ดินและสิทธิทำกินของชาวฟิลิปปินส์ ทั้งยังได้ปราบปรามความพยายามก่อกบฎจากความพยายามของนายทหารที่ยังจงรัก ภักดีต่อมาร์กอสหลายครั้ง ด้วยความสนับสนุนของพลเอกฟิเดล รามอสและศาสนจักร นางช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยภูเขาไฟปินาตูโบระเบิด ฟื้นฟูบ้านเมืองที่พังพินาศจากพายุไต้ฝุ่นเธ็ลมา และค้นหาผู้สูญหายจากหายนะเรือโดยสาร MV Dona Paz ล่ม

เมื่อหมดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี นางอาควิโนได้สนับสนุนนายพลรามอสให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีต่อ จากนาง และนางก็กลับไปใช้ชีวิตแบบแม่บ้านธรรมดา ขับรถยนต์โตโยต้า คราวน์ สีขาวคันเดิมที่ซื้อมาก่อนที่เธอจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโดยปฏิเสธรถ ลีมูซีนที่รัฐบาลจัดให้ นางระบุเสียงดังฟังชัดว่า “ตอนนี้ฉันกลับไปเป็นสามัญชนแล้ว” นางก่อตั้งมูลนิธิ PinoyME เพื่อสนับสนุนเงินกู้รายย่อยแก่ผู้ด้อยโอกาส และมูลนิธิเบนิโญ อาควิโน เพื่อให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาที่ยากจน แต่นางก็ไม่ได้ทิ้งวงการเมืองไปเลยเสียทีเดียว เมื่อมีการทุจริตในรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราดา และการกล่าวหาเรื่องการโกงคะแนนเลือกตั้งของรัฐบาลนางกลอเรีย อาร์โรโย นางก็ออกมาเรียกร้องและรณรงค์ประท้วงให้เกิดการตรวจสอบอย่างเข้มข้น อดีตประธานาธิบดีคอราซอน อาควิโน ต้องหยุดการเคลื่อนไหวทางการเมืองลงเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากนางป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และในที่สุด ดอกไม้เหล็กแห่งแดนตากาล็อกก็ร่วงโรยลับลงในวัย ๗๖ ปี เมื่อเวลา ๓.๑๘ น. คืนวันที่ ๓๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวที่ศูนย์การแพทย์มาคาติ กลางกรุงมะนิลา หลังข่าวมรณกรรมของนางถูกเผยแพร่ออกไป ทั่วทั้งฟิลิปปินส์ต่างเศร้าเสียใจและสวดขอพรให้แก่อดีตประธานาธิบดีผู้ปลด ปล่อยฟิลิปปินส์ของพวกเขาออกจากระบอบเผด็จการ ไม่เว้นแม้กระทั่งอดีตศัตรูอย่าง อดีตประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราดา และนางอิเมลดา มาร์กอส รัฐบาลของนางอาร์โรโยประกาศให้ทั้งประเทศไว้ทุกข์เป็นเวลา ๑๐ วัน สำนักข่าวทั่วโลกต่างตีข่าวไว้อาลัย และผู้นำจากนานาประเทศก็ส่งสารแสดงความเสียใจมายังเบนิโญที่สาม บุตรชายของนาง



ชีวิตของดอกไม้เหล็กแห่งตากาล็อก สิ้นสุดลงอย่างสมเกียรติยศในฐานะนักการเมืองที่ทำเพื่อประชาชน ต่อต้านเผด็จการที่กดขี่ข่มเหงและทุจริต เพื่อทำให้ประเทศชาติของตนก้าวสู่เสรีภาพโดยสันติวิธี และชื่อเสียงของอดีตประธานาธิบดีหญิงคนแรกของฟิลิปปินส์ นางคอราซอน อาควิโนก็จักยืนยงเป็นที่ยกย่องของเหล่าผู้รักในเสรีภาพและประชาธิปไตยดุจ ดังกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ขจรไกลออกไปเช่นนั้น

อ้างอิง

http://english.aljazeera.net/news/asia-pacific/2009/08/20098192113913889.html
http://www.bbc.co.uk/go/homepage/i/int/news/world/1/-/news/1/hi/world/asia-pacific/8179357.stm
http://newsinfo.inquirer.net/breakingnews/nation/view/20090801-218306/Grateful-nation-mourns-for-Cory-Aquino
http://english.aljazeera.net/Services/Gallery/?GalleryId=20098181054774520
http://www.cnn.com/2009/WORLD/asiapcf/07/31/corazon.aquino.obit/index.html
http://corazonaquino.net/index.html

 ท่านอดีตประธานาธิบดีคอราซอน อาควิโน ถือเป็นผู้นำทางการเมืองร่วมยุคสมัย ที่ทำให้ผมมาสนใจการเมืองระหว่างประเทศเลยทีเดียว

สมัยก่อนตอนเด็กนั้น ผมประหลาดใจมากว่า ผู้หญิงวัยกลางคน ใส่แว่นดูคร่ำครึ เหมือนพวกครูสอนภาษายุคเก่าๆ ทำอย่างไรจึงสามารถคว่ำรัฐบาลทหารของจอมเผด็จการที่ครองอำนาจมายาวนานได้

ท่านคือข้อพิสูจน์ของแรงศรัทธาของประชาชนต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดย บริสุทธิ์ยุติธรรม และการต่อสู้กับอำนาจนอกระบบกฎหมายของเหล่าทหารที่ชอบมายุ่งเกี่ยวการ เมืองอย่างทรหดอดทน

ผมขออธิษฐานให้ดวงวิญญาณของท่าน สถิตสู่เบื้องพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างเป็นสุขเทอญ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นึกไม่ถึงว่าพลังศรัทธาแห่งประชาชน จะล้างขั้วอำนาจเดิมได้

#1 By ศรี on 2009-08-02 03:53

แรงศรัทธาของประชาชนบ้านเรา เปิดช่องให้ทหารเกี่ยวข้องกับการเมืองยิ่งกว่าเดิม...

#2 By chubby on 2009-08-02 03:56

แรงศรัทธาของประชาชน สำหรับบ้านเรา..คำนี้น่าจะมีคุณค่ามากกว่าแค่การเลือกตั้งเนาะconfused smile

#3 By Pat on 2009-08-02 08:22

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

#4 By Zeren on 2009-08-02 21:34