Recommend

ว่างงานช่วงบ่ายหน่อยนึง เลยเอาเวลามาเขียนเรื่องสั้นๆที่สัญญาว่าจะเขียนมาก่อนดู เกี่ยวกับเรื่องภาษีบาป(เหล้า-บุหรี่)

ภาษีเหล้า-บุหรี่นี่เป็นแหล่งรายได้แรกๆที่ทุกรัฐบาลคิดจะขูดเมื่อปิดหีบงบประมาณไม่ลง
เพราะทุกคนคิดอยู่แล้วว่าเป็นของไม่ดี เสพติด เป็นโทษ สมควรลดการบริโภค จะโขกภาษีแพงๆก็ไม่น่าเกลียด
จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง(http://dwfoc.mof.go.th/menu2.htm) ในปี 2551
ประเทศไทยเก็บภาษีบาป เหล้า เบียร์ บุหรี่ได้ 130,732.52 ล้านบาท คิดเป็น 7.12% ของรายได้ภาครัฐทั้งหมด
กล่าวคือทุกเงิน 100 บาทของเงินเดือนข้าราชการ(แน่นอน แม้กระทั่งเงินนิตยภัติของพระภิกษุ) มันเป็นเงินภาษีจากเหล้าและบุหรี่ไป 7 บาท
นับว่าเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศอีกทางหนึ่ง

Image

ตามหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐานที่สอนตามชั้นปี 1 ของมหาวิทยาลัย สินค้าประเภทบุหรี่และเหล้า นับเป็นสินค้าชนิดมีความยืดหยุ่นต่ำมาก(low-elasticity)
คือไม่ว่าราคาสูงเท่าใด คนก็ยังไขว่คว้ามาหาสูบหาดื่ม เพราะมันติดแล้วต้องหาเสพต่อไป
จึงดูสมเหตุสมผลว่า ถึงขึ้นภาษีเท่าไร รัฐบาลก็เหมือนได้สองเด้ง

เด้งแรกคือเงินภาษีที่จะเก็บเข้าคลังได้มากขึ้น
เด้ง ที่สอง ถ้าคนเบื่อเหล้าเบื่อบุหรี่ราคาแพง ไม่มีเงินซื้อ ก็ต้องเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ เป็นผลดีต่อประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ลดอัตราอุบัติเหตุ ลดค่าอุปกรณ์การแพทย์ ฯลฯ
ดูเหมือนว่าการขึ้นภาษีเหล้าและบุหรี่เหล่านี้จะดีทั้งขึ้นทั้งล่อง

แต่ ว่าโลกนี้ไม่ได้มีแต่สมการบนแผ่นกระดาษ ช่องโหว่ที่น่ากลัวที่สุดและมักถูกยกมาเป็นกรณีศึกษาบ่อยที่สุดในเหตุการณ์ ที่ขัดแย้งกับตรรกะเศรษฐศาสตร์คือ
"ของเถื่อนหนีภาษี"

เมื่อผลตอบแทนจากส่วนต่างระหว่างของถูกกฎหมาย กับของที่ข้ามมาจากเขตอื่นที่เสียภาษีน้อยกว่ามากจนคุ้มค่าความเสี่ยงก็ ดึงดูดให้คนธรรมดาที่ไม่ใช่นักค้าของเถื่อนมืออาชีพ กล้าเสี่ยงหอบหิ้วเอาบรรดาเหล้านอกและบุหรี่จากบรรดาด่านชายแดนทั้งหลายเข้า มาขายมากกว่าจะเอาเข้ามาใช้สูบดื่มกันเองตามปกติ

Image

Image

Image

ที่มาภาพจากผู้จัดการออนไลน์ และสำนักข่าวไทย

ปรากฏการณ์นี้เคยเกิดขึ้นรุนแรงในยุค "เปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า" ของรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณยุคนั้นภาษีเหล้าและบุหรี่ในไทยสูงมากจนจูงใจให้ชาวบ้านตามชายแดนข้ามไปซื้อของจากอีกฝั่งประเทศมาฝากขาย หรือแม้แต่การค้าหนีภาษีขนาดใหญ่ในตัวเมืองหาดใหญ่ยุคนั้น... ที่ใครไปเที่ยวก็ต้องหิ้วเหล้าหิ้วบุหรี่มาเป็นลังๆ

นอกจากจะเก็บภาษีไม่ได้ตามคาดแล้ว เงินยังรั่วไหลออกนอกประเทศไปกับบุหรี่และเหล้าเถื่อนนี้อย่างน่าเสียดายต่อมาเมื่อการเปิดเสรีทางการค้าเป็นสมัยนิยม กำแพงภาษีต่างๆรวมถึงเหล้าและบุหรี่ก็ผ่อนคลายลง ประกอบกับการตรวจจับอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ศุลกากร สรรพสามิต ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ปัญหาของเถื่อนเริ่มคลี่คลาย

ใน ยุคที่รัฐบาลปิดหีบไม่ลง(อีกแล้ว) อันมาจากปัญหาเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างรุนแรง ประกอบกับภาวะการเมืองผันผวนทำให้การจัดเก็บรายได้ภาครัฐลดฮวบฮาบเพราะเก็บภาษีจากภาคธุรกิจจริงไม่ได้ตามเป้า จึงหันมาหาของตายอย่างภาษีเหล้า-บุหรี่ หวังว่าจะควบคุมตำรวจและเจ้าหน้าที่สรรพสามิตให้ช่วยกันสอดส่องดูแล อย่าเปิดทางให้ขบวนการค้าของเถื่อนอาละวาดอีกก็แล้วกัน
ไม่งั้น.... ของตายอาจดิ้นหนีกระเด็นหลุดมือคว้าได้แต่ลม

*หมายเหตุ ผู้เขียนแพ้กลิ่นเหล้า แพ้ควันบุหรี่ และสะใจมากเมื่อขึ้นภาษีเหล้าและบุหรี่สูงๆ แต่มาเขียนอธิบายเพื่อชี้ช่องโหว่ทางเศรษฐศาสตร์ของการเก็บภาษีนี้ครับ

Comment

Comment:

Tweet

ชัดเจนครับบบ
Hot! Hot! Hot!

#13 By Sea on 2011-07-21 11:03

จริงๆ ก็มีสินค้าอีกอย่างที่ภาษีน่ากลัวยิ่งกว่าค่ะ

เครื่องสำอางไงแพงมากกกกกกก (ดีนะไม่แต่งหน้าsad smile )

ป.ล. เก็บเหล้าแพงก็ดีค่ะจะได้เลิกๆกัน รำคาญขี้เมาแถวบ้านมาก
ผมมองรัฐบาลนี้
บริหารประเทศเหมือนในบทเรียนเลย

เช่น เงินฝืดก็ปล่อยเงินให้ประชาชน
แบบเช็คช่วยชาติ แต่ไม่คิดถึงความเป็นจริง ที่มันมีปัญหาในการมารับ ปัญหาด้านข้อมูล ยุ่งยาก ทำให้บางคนไม่เอา มั่วๆยังไงไม่รู้

ความคิดเห็นส่วนตัวนะ

#11 By TaNaToN on 2009-06-03 20:11

ได้อะไรมาแล้ว

ก็ต้องสูญเสียบางอย่างไป

ถ้า + ต้อง -

ถ้า X ต้อง %

Ohh,Beyond Godlike!! Some One Kill Him. .\/.

#10 By เถ้าแก่น้อย on 2009-05-16 08:57

ดูเหมือนจะมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในการจัดเก็บภาษีระหว่างบุหรี่ในประเทศ กับบุหรี่นำเข้าด้วยนะครับ

http://news.mcot.net/social/inside.php?value=bmlkPTkzNjIyJm50eXBlPXRleHQ=

ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะมีคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้มั้ย

การเก็บภาษีบาปเป็นเรื่องเข้าท่าครับ แต่จะเข้าท่ายิ่งกว่านี้ ถ้า[บาปนอก]จะโดนสังคม[ถอนทุนคืน]อย่างสมน้ำสมเนื้อให้เท่าเทียมกับ[บาปไทย]
วันก่อนเจอเรดปลอม ... ทั้งสี ทั้งรสชาติ หยั่งกะหงส์ทอง sad smile

#8 By ฉันคือรั้ว on 2009-05-16 01:15

ถ้า รบ มัวรอคนทั้งโลกเห็นด้วย คงไม่ต้องทำไรพอดี ก็ลองดูต่อไป...

#7 By Shuu Exteen on 2009-05-15 20:01

คือต้องบอกว่าทุกอย่างมีทั้งดีและเสียค่ะ
ดีตรงที่จขบ.บอก คนจะได้เลิกเสียมั้ง เพราะสู้ราคาแพงไม่ไหว แต่เสียก็ของเถื่อนนี้แล

แต่ไหนๆ มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพแล้ว ลด ละเลิกมั้งก็ดีเนอะ big smile big smile

#6 By NihaoJAA on 2009-05-15 17:31

^
^
ได้มุมมองของคุณหมอมาเพิ่ม
ครับ ปัญหาหลักเลยคือความเข้มแข็งของจนท.ในการตรวจจับของหนีภาษีนี่แหละ ถ้าเข้มแข็งพอก็ประสบความสำเร็จ
ในแต่ละปีนี่ ประเทศเสียเงินไปกับค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ติดเหล้าและบุหรี่ เป็นจำนวนมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ

โดยส่วนตัวมองว่า ถึงการขึ้นภาษี จะทำรายได้ให้รัฐได้ไม่เท่ากับเป้าที่ตั้งไว้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น...เพราะไม่ว่าจะมองจากทางด้านเศรษฐกิจ ด้านศีลธรรม หรือด้านคุณภาพประชากรแล้ว ยังไงภาครัฐก็ต้องให้ความสำคัญกับการรณรงค์ลดเหล้าและบุหรี่อย่างจริงจังอยู่ดี

ตอนนี้ก็คงต้องคาดหวังกันนะครับ ว่าเจ้าพนักงานจะสามารถดูแลปัญหาของเถื่อนได้ดีกว่าที่ผ่านๆมามากน้อยแค่ไหน

#4 By Zieghart on 2009-05-15 16:45

แพ้เหล้าเหมือนกันค่ะ กินแล้วหยุดไม่ได้ทุกทีเลยsad smile
Hot! Hot!
อยากจะให้เจ้าพนักงานจับจริงจัง
ต้องมีรางวัลที่คุ้มค่ามากกว่าใต้โต๊ะ
ถึงจะเป็นแรงกระตุ้นที่ดีในการทำงาน
(ยาเสพติดก็เหมือนกันนะถ้าอยากจับได้เยอะๆ)

#2 By yium on 2009-05-15 16:03

Hot! Hot!
ชี้อย่างเห็นได้ชัดมาก

รอดูสถานการณ์ต่อไป

#1 By S.Sasi on 2009-05-15 15:43