Recommend

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ตั่วถั่งๆ ตรุษจีนนี้เฮงๆกันทุกคนครับ

มีโอกาสดีได้ไปพูดคุยกับนักเขียน-นักข่าว คนดัง เลยเอามาเล่าให้ฟังครับ ตัวเน้นและเล่นสีเป็นของผมเอง

ลับ ไม่ลวง ไม่พราง กับ วาสนา นาน่วม
ห้องไทยรัฐ สาขาวิชาสิ่งพิมพ์และหนังสือพิมพ์ คณะวารสารศาสตรและสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒

คุณ วาสนา นาน่วม ศิษย์เก่าสาขาวิชาสิ่งพิมพ์และหนังสือพิมพ์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นรหัส 33 ซึ่งเป็นนักข่าวสายทหาร และนักเขียนบทความการเมืองลงในหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆหลายฉบับ เช่น บางกอกโพสต์ มติชน รวมถึงหนังสือเบื้องหลังการปฏิวัติชื่อดังอย่าง “ลับ ลวง พราง” ได้ให้โอกาสนักศึกษาวิชา วส. 319 การวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันสอบถาม และเล่าเกร็ดประสบการณ์การทำข่าวอย่างเป็นกันเอง

- ต้องขอบคุณพี่วาสนามากที่มาพูดคุยกับเราวันนี้

อันนี้ต้องขอบคุณอาจารย์มาลี ความจริงแล้วพี่ยังไม่ได้เตรียมอะไรมาคุยกับพวกเราเลยเพราะคิดว่านัดไว้วัน พรุ่งนี้ ถ้าจะเตรียมก็คงเตรียมตอนหกทุ่ม (หัวเราะ) เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว อาจารย์มาลีสั่งงานเขียนบทความวิเคราะห์ให้ส่งแปดโมงเช้า กว่าจะนั่งหน้าพิมพ์ดีดก็ห้าทุ่มกว่า คิดออกเอาตอนตีสอง ทุกวันนี้ยังเป็นแบบนั้นอยู่รึเปล่าเนี่ย (น้องๆตอบ – เวลาทำงานคงพอๆกัน แต่อาจารย์มาลีสั่งงานน้อยลงเยอะแล้ว)
แล้วจะถามอะไรกันดี เอาว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เล่าเรื่องให้ฟังก็แล้วกันนะ

- อยากจะถามถึงวิธีเก็บข้อมูลเป็นเบื้องต้นว่าทำไมข้อมูลที่พี่ได้มาถึงลึกและเข้าถึงมาก?

นักเขียนบทวิเคราะห์ส่วนมากต้องเป็นนักข่าวมาก่อน คือต้องลงไปเจอสนามจริง ได้พบเจอแหล่งข่าวด้วยตัวเองมาก่อน แน่นอนว่ากว่านักข่าวคนหนึ่งๆจะได้ก้าวมาเขียนคอลัมน์วิเคราะห์เนี่ย ต้องลำดับขั้นตอนไต่เต้ามาจากนักข่าวในสนามจริง เวลาประชุมกองบรรณาธิการกัน บก.ก็จะถามความคิดเห็น ถ้าเรามีแนวคิด มีประเด็นที่ใช้ได้ บก.ก็จะมอบหมายให้เราไปเขียนสรุปรายงานมา ถ้าฝีมือดีพอก็จะได้เขียนคอลัมน์วิเคราะห์เป็นครั้งๆไป ซึ่งทั้งหมดต้องมาจากการที่เราลงไปสนาม แล้วได้รู้จักแหล่งข่าวโดยตรง อย่างพี่เป็นนักข่าวสายทหารมา 17 ปี ก็ต้องทำความรู้จักแล้วสร้างความไว้วางใจให้เขาพอที่จะเล่าข่าวให้เราได้ แล้วก็ต้องรู้จักปกป้องแหล่งข่าวเพื่อไม่ให้เขาเดือดร้อน แต่ถ้าข่าวไหนเราคิดว่ามีความสำคัญต้องเผยแพร่ให้สาธารณชนรับรู้ก็ต้องรู้จักต่อรองกับแหล่งข่าวว่าจะเปิดเผยได้แค่ไหน อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือความเป็นกลาง อย่างในกองทัพเองก็มีการแบ่งขั้วแบ่งฝ่าย ถ้าเราทำข่าวไม่เป็นกลางก็จะถูกมองว่าไปจับขั้วกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และก็ทำให้โอกาสได้ข่าวจากกลุ่มอื่นๆน้อยลงไป

- แล้ววิธีตรวจสอบข่าวที่ได้มา?

พี่ใช้วิธีอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆตรวจสอบ แล้วก็ถามไปยังแหล่งข่าวว่าเหตุการณ์ในข่าวที่หนังสือพิมพ์ลงนั้นเป็นอย่าง ไร เพราะหนังสือพิมพ์ไทยทุกวันนี้เลือกข้างหมดแล้ว นำเสนอแต่ส่วนที่ตัวเองต้องการและยังใส่ความคิดเห็นของตัวเองลงไปผ่านการ เลือกคนสัมภาษณ์ ดังนั้นก็จะอ่านแค่สิ่งที่นำเสนอว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร แล้วดับเบิลเช็คไปยังแหล่งข่าวโดยตรงอย่างน้อย 2 แหล่ง อีกที ยกเว้นเวลาเร่งรีบก็จะเช็คแค่แหล่งข่าวเดียว โดยเฉพาะกับแหล่งข่าวที่เป็นผู้มีอำนาจรับผิดชอบโดยตรงอย่าง ผบ.เหล่าทัพ
อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือการอ่านข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศด้วยเยอะๆ แหล่งข่าวในไทยหลายคนไม่ยอมให้ข่าวกับนักข่าวไทย แต่ยินดีให้ข่าวกับนักข่าวต่างชาติ ตัวอย่างที่เห็นก็ ผบ.ทั้งหลายที่เวลานักข่าวไทยขอสัมภาษณ์จะไม่ค่อยว่าง แต่ถ้า CNN ขอสัมภาษณ์มาเมื่อไรต้องเคลียร์คิวแบบไม่ว่างก็ต้องว่างให้ได้


- เวลาเริ่มต้นเป็นนักข่าวต้องทำอย่างไร นักข่าวมือใหม่จะหาแหล่งข่าวได้หรือเปล่า?

ก็ ต้องติดตามนักข่าวรุ่นพี่ สังเกตและทำความรู้จักจากรุ่นพี่ ปกติทุกหน่วยข่าวเวลารับนักข่าวหน้าใหม่เข้าไปจะต้องมีรุ่นพี่คอยประกบ คือเป็นผู้ฝึกสอน ถ้าขยันและตั้งใจพอแหล่งข่าวก็จะเห็น เริ่มให้ข้อมูลกับเรา และให้ความไว้วางใจ แต่ก็ต้องระวังถูกแหล่งข่าวใช้เป็นเครื่องมือ ตัวอย่างเช่นตอนพี่ได้สัมภาษณ์ พล.อ. สุจินดา คราประยูร หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ถูกประณามว่าเป็นทรราชฆ่าประชาชน แน่นอนว่าเขาเลือกให้เราไปสัมภาษณ์เพราะเห็นว่าเป็นนักข่าวจบใหม่ ไม่มีสีไม่มีขั้ว ทำให้ภาพลักษณ์ของข่าวที่ออกมาดูเป็นกลาง แต่เราก็ต้องแทรกความคิดเห็นและข้อมูลประกอบคำสัมภาษณ์นั้นไปด้วยเพื่อไม่ ให้กลายเป็นว่าถูกแหล่งข่าวใช้งานเป็นเครื่องมือ

- แล้วเมื่อวิเคราะห์ จะต้องมีแนวทางคิดวิเคราะห์อย่างไรถึงจะพยากรณ์ได้แม่นยำ?

ก็ ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องเจาะเข้าถึงผู้รับผิดชอบโดยตรง ถ้าหาไม่ได้ก็ต้องขอข่าวจากคนใกล้ชิดแต่ก็ต้องลดทอนความน่าเชื่อถือลงไป แล้วเราต้องประเมินความน่าเชื่อถือจากอดีตของแหล่งข่าวนั้นด้วย เช่นเมื่อข่าวที่แหล่งข่าวคนเดิมให้มาเกิดขึ้นจริงสักครั้งสองครั้งติดกัน เราก็ต้องเพิ่มค่าความน่าเชื่อถือจากแหล่งข่าวนั้นให้มากขึ้น และควรเช็คข่าวจากแหล่งข่าวอื่นเพื่อว่าอาจจะได้เป็นจิ๊กซอว์ต่อเข้ากันให้ เกิดภาพรวมสมบูรณ์ บางครั้งตัวประกอบที่ทำให้ภาพรวมสมบูรณ์อาจจะไม่ได้มาจากข่าวการเมือง หรือการทหารอย่างเดียว อาจจะมาจากข่าวต่างประเทศ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าสังคมหรือหน้าสตรี อย่างเช่น เราอาจไม่รู้ว่าข่าวลือว่านักการเมืองคนหนึ่งไปพบทักษิณที่เขมรเป็นจริงหรือ เปล่า แต่ถ้าเราเห็นข่าวในหน้าสังคมว่าภริยาไปมอบทุนการศึกษาให้เด็กที่เขมร ก็มาเติมเต็มส่วนที่ขาดไปได้ชัดขึ้น

- วิธีเขียนบทวิเคราะห์ให้น่าสนใจและดึงดูดใจ?

ต้อง เขียนให้มีเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่ไม่พบในเนื้อข่าวหรือคนไม่รู้ เป็นสีสันประกอบการวิเคราะห์ หรือใช้เทคนิคการนำเสนอที่ดึงดูดใจ บางครั้งข้อมูลอาจจะไม่ต้องลับล้วงลึก แต่นำเสนอได้ดีและมีแนวคิดเข้าท่าก็เป็นบทความที่น่าอ่านแล้ว แล้วเวลาเราเขียนไปนานๆก็จะรู้เองว่าเราควรเขียนอะไร หรือไม่ บก.ก็จะกำหนดเรื่องมาให้เอง

- เคยถูกฟ้องบ้างหรือเปล่า และเขียนอย่างไรไม่ให้ถูกฟ้อง?

เหมือนกับเป็นโชคดีที่ยังไม่เคยถูกฟ้อง บางทีก็แค่ถูกเขม่นบ้างอย่างอดีตนายกบรรหาร กับ ทักษิณ ถามหาว่าเป็นใครมาจากไหน แต่ส่วนใหญ่นักข่าวที่ถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทมักจะเป็นสองกรณี คือกรณีเรียกรับเงิน และกรณีชู้สาว ซึ่ง ปกติเราก็ไม่ค่อยกล่าวพาดพิงถึงอยู่แล้วตามจรรยาบรรณถ้าไม่มีข้อเท็จจริง อีกอย่างหนึ่งคือใช้เทคนิคการนำเสนอแบบข่าวบันเทิง ใช้ตัวย่อ พลเอก ป. ส.ส. อ. หรือ บรรยายลักษณะที่เห็นได้ชัด เช่น สมมติเราจะเขียนว่าเนวินไป พบอนุพงษ์ในค่ายทหาร รับเงินมาเปลี่ยนขั้วตั้งรัฐบาล ถ้าเขียนตรงๆก็ถูกฟ้องจากทั้งเนวิน และท่านผบ.อนุพงษ์ แต่ถ้าเราเขียนว่า นักการเมืองห้อยไปพบนายทหารเถิก แบบนี้ถึงคนอ่านจะรู้แต่ทางกฎหมายแล้วก็หลุดฟ้องทุกราย (จริงค่ะ – นักศึกษาหญิงจากคณะนิติศาสตร์ที่เข้ามาร่วมฟังพยักหน้าเห็นด้วย)

- เป็นนักข่าวหญิงอยู่ในสายทหารที่มีแต่ผู้ชาย เคยมีปัญหาถูกล่วงละเมิดทางเพศบ้างไหม?

โอ๊ย ดูหน้าตาพี่สิ ใครจะมาคิดทำอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือการวางตัวให้เหมาะสมด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นนักข่าวทหารแล้วจะมาหนุมหนิม ท่านคะ ท่านคะ อ้อนให้ได้ข่าว มันก็ต้องลุยๆ มึงวาพาโวยกันบ้าง จะบอกให้ว่านักข่าวสายทหารประมาณ 85% เป็นผู้หญิงนะ เหมือน กับว่าทหารเองก็เป็นผู้ชายเงียบๆ ดุๆ ถ้าเจอนักข่าวผู้ชายแข็งใส่ก็จะพาบให้ไม่ได้ข่าว ก็ต้องเอาความเป็นผู้หญิงเข้าไปให้อ่อนๆลง มันก็คงมีอยู่บ้างเรื่องนักข่าวสมยอมเพื่อผลประโยชน์อะไรๆกับแหล่งข่าว แต่นักข่าวคนนั้นก็จะถูกเล่าลือกันในวงการและสุดท้ายเมื่อไม่มีคนยอมรับก็ ต้องพ้นจากวงการนักข่าวไปเอง

- นอกจากเรื่องชู้สาวแล้ว ต้องระวังเรื่องการวางตัวอะไรอีกบ้าง?

เรา ก็ต้องวางตัวให้ไม่มีขั้ว ต้องรู้จักแบ่งแยกเรื่องที่ดีกับเรื่องที่ไม่ดีออกให้ชัดเจน เวลานำเสนอเขียนอะไรลงไปต้องรอบคอบ ระวังถูกฟ้อง พี่คิดว่าโดยธรรมชาติของนักข่าวนั้นเป็นด้านตรงข้ามกับรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจอยู่แล้ว คือเราต้องอยู่ข้างผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของรัฐ เป็นการตรวจสอบโดยไม่มีอคติ บางครั้งถูกด่าและถูกผลักไปเข้ากับขั้วอีกฝั่งแต่ก็ต้องรักษาความเป็นกลาง ไว้ให้ได้ถึงที่สุด

- ถามเรื่องของพี่บ้าง ทำไมได้ไปทำงานข่าวสายทหาร?

ช่วง ที่พี่จบเป็นช่วงปี 34 ทหารก็กำลังฮึ่มๆใกล้จะปฏิวัติรัฐบาลชาติชายเต็มที พอเรียนจบไปทำงานที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์เขาก็ต้องเพิ่มจำนวนนักข่าวสาย ทหารเพื่อติดตามความเคลื่อนไหว แล้วพอทำงานไปนานๆก็มีแหล่งข่าว มีคนรู้จัก สุดท้ายก็อยู่สายทหารมา 17 ปีแล้ว ที่แปลกของข่าวสายทหารคือไม่ค่อยถูกเปลี่ยนโยกย้ายสาย โดยปกตินักข่าวมือใหม่ๆจะถูกใช้ให้ไปประจำสายทำเนียบ แล้วค่อยโยกไปประจำที่อื่นๆเช่น พรรคการเมือง ศาล กระทรวง แต่ก็จะถูกโยกย้ายไปตามเวลาเพราะว่าทางสำนักข่าวต้องป้องกันความคุ้นเคย เมื่ออยู่ไปนานๆ ซึ่งจะทำให้ข่าวที่ได้มามีฉันทาคติ คือเขียนเชียร์กัน ไปเทคไซด์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะรู้จักกันมานาน แต่สายทหารไม่ค่อยมีเหตุการณ์เข้าข้างทหาร ก็เลยอยู่กันยาว ที่อายุมากที่สุดในสายทหารนี่ก็ 70 กว่าปี(ตั้งแต่ยุคสงครามโลกเลยแฮะ - นักศึกษาพึมพำ)

- เทคโนโลยีมีผลดีผลเสียอะไรบ้างกับการทำข่าว โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

ข่าวหลายๆข่าวก็ได้มาจากการอ่านเว็บ หรือเว็บบอร์ดแสดงความคิดเห็นนะ มันเป็นฮินต์ที่เราสามารถเอาไปสืบต่อจากแหล่งข่าวได้ อย่างการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพที่มีคนมาโพสต์เปิดโปงในเน็ตเนี่ย บางเรื่องเราก็ไม่รู้มาก่อนเลย แต่ที่แย่ของเทคโนโลยีคือการลอกข่าวแบบก๊อปปี้แล้วเพสต์ บางทีนักข่าวเองอยู่ต่างจังหวัดแล้วส่งข่าวเข้าเมล์กันไปไม่ได้รีไรท์เลย แล้วส่งเข้าโรงพิมพ์ แบบนี้ทำให้ข่าวหลายๆหัวซ้ำกันแบบน่าตลก

- เรื่องที่อยากแนะนำน้องๆนักศึกษาปัจจุบัน

ก็รู้ให้ทั่วตั้งแต่รากหญ้ายันเจ้าฟ้าก็แล้วกัน

ขออภัยที่ต้องเซ็นเซอร์ประเด็นล่อแหลม ข่าวที่เกี่ยวข้องกับทหาร การปฏิวัติ และเรื่องส่วนตัวของบุคคลในข่าวหลายๆท่านครับ
ทำตามคำแนะนำพี่เค้าอ่ะนะ แหะๆ

Image

สาวผมยาวข้างๆผมคือพี่วาสนา นาน่วม ครับ หลายๆคนคงคิดว่าเป็นนักข่าวชายถึกๆ เถื่อนๆ แต่ไม่ใช่เลย ตัวจริงน่ารักมาก ^ ^

Comment

Comment:

Tweet

Hot! ละเอียดมากครับ ^^ ดีจริงๆที่ได้มีโอกาสคุยกับนักข่าวที่กล้าเสนอข่าวแบบไม่เลือกข้างแบบนี้

#1 By on 2009-01-26 22:39