ลับ ไม่ลวง ไม่พราง กับวาสนา นาน่วม
posted on 26 Jan 2009 16:32 by terasphere in Special-Reportซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ตั่วถั่งๆ ตรุษจีนนี้เฮงๆกันทุกคนครับ
มีโอกาสดีได้ไปพูดคุยกับนักเขียน-นักข่าว คนดัง เลยเอามาเล่าให้ฟังครับ ตัวเน้นและเล่นสีเป็นของผมเอง
ลับ ไม่ลวง ไม่พราง กับ วาสนา นาน่วม
ห้องไทยรัฐ สาขาวิชาสิ่งพิมพ์และหนังสือพิมพ์ คณะวารสารศาสตรและสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒
คุณ
วาสนา นาน่วม ศิษย์เก่าสาขาวิชาสิ่งพิมพ์และหนังสือพิมพ์
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นรหัส 33
ซึ่งเป็นนักข่าวสายทหาร
และนักเขียนบทความการเมืองลงในหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆหลายฉบับ เช่น
บางกอกโพสต์ มติชน รวมถึงหนังสือเบื้องหลังการปฏิวัติชื่อดังอย่าง “ลับ
ลวง พราง” ได้ให้โอกาสนักศึกษาวิชา วส. 319
การวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันสอบถาม
และเล่าเกร็ดประสบการณ์การทำข่าวอย่างเป็นกันเอง
- ต้องขอบคุณพี่วาสนามากที่มาพูดคุยกับเราวันนี้
อันนี้ต้องขอบคุณอาจารย์มาลี
ความจริงแล้วพี่ยังไม่ได้เตรียมอะไรมาคุยกับพวกเราเลยเพราะคิดว่านัดไว้วัน
พรุ่งนี้ ถ้าจะเตรียมก็คงเตรียมตอนหกทุ่ม (หัวเราะ)
เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว
อาจารย์มาลีสั่งงานเขียนบทความวิเคราะห์ให้ส่งแปดโมงเช้า
กว่าจะนั่งหน้าพิมพ์ดีดก็ห้าทุ่มกว่า คิดออกเอาตอนตีสอง
ทุกวันนี้ยังเป็นแบบนั้นอยู่รึเปล่าเนี่ย (น้องๆตอบ – เวลาทำงานคงพอๆกัน แต่อาจารย์มาลีสั่งงานน้อยลงเยอะแล้ว)
แล้วจะถามอะไรกันดี เอาว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เล่าเรื่องให้ฟังก็แล้วกันนะ
- อยากจะถามถึงวิธีเก็บข้อมูลเป็นเบื้องต้นว่าทำไมข้อมูลที่พี่ได้มาถึงลึกและเข้าถึงมาก?
นักเขียนบทวิเคราะห์ส่วนมากต้องเป็นนักข่าวมาก่อน คือต้องลงไปเจอสนามจริง
ได้พบเจอแหล่งข่าวด้วยตัวเองมาก่อน
แน่นอนว่ากว่านักข่าวคนหนึ่งๆจะได้ก้าวมาเขียนคอลัมน์วิเคราะห์เนี่ย
ต้องลำดับขั้นตอนไต่เต้ามาจากนักข่าวในสนามจริง
เวลาประชุมกองบรรณาธิการกัน บก.ก็จะถามความคิดเห็น ถ้าเรามีแนวคิด
มีประเด็นที่ใช้ได้ บก.ก็จะมอบหมายให้เราไปเขียนสรุปรายงานมา
ถ้าฝีมือดีพอก็จะได้เขียนคอลัมน์วิเคราะห์เป็นครั้งๆไป
ซึ่งทั้งหมดต้องมาจากการที่เราลงไปสนาม แล้วได้รู้จักแหล่งข่าวโดยตรง
อย่างพี่เป็นนักข่าวสายทหารมา 17 ปี
ก็ต้องทำความรู้จักแล้วสร้างความไว้วางใจให้เขาพอที่จะเล่าข่าวให้เราได้
แล้วก็ต้องรู้จักปกป้องแหล่งข่าวเพื่อไม่ให้เขาเดือดร้อน แต่ถ้าข่าวไหนเราคิดว่ามีความสำคัญต้องเผยแพร่ให้สาธารณชนรับรู้ก็ต้องรู้จักต่อรองกับแหล่งข่าวว่าจะเปิดเผยได้แค่ไหน
อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือความเป็นกลาง
อย่างในกองทัพเองก็มีการแบ่งขั้วแบ่งฝ่าย
ถ้าเราทำข่าวไม่เป็นกลางก็จะถูกมองว่าไปจับขั้วกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
และก็ทำให้โอกาสได้ข่าวจากกลุ่มอื่นๆน้อยลงไป
- แล้ววิธีตรวจสอบข่าวที่ได้มา?
พี่ใช้วิธีอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆตรวจสอบ
แล้วก็ถามไปยังแหล่งข่าวว่าเหตุการณ์ในข่าวที่หนังสือพิมพ์ลงนั้นเป็นอย่าง
ไร เพราะหนังสือพิมพ์ไทยทุกวันนี้เลือกข้างหมดแล้ว
นำเสนอแต่ส่วนที่ตัวเองต้องการและยังใส่ความคิดเห็นของตัวเองลงไปผ่านการ
เลือกคนสัมภาษณ์
ดังนั้นก็จะอ่านแค่สิ่งที่นำเสนอว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร
แล้วดับเบิลเช็คไปยังแหล่งข่าวโดยตรงอย่างน้อย 2 แหล่ง อีกที
ยกเว้นเวลาเร่งรีบก็จะเช็คแค่แหล่งข่าวเดียว
โดยเฉพาะกับแหล่งข่าวที่เป็นผู้มีอำนาจรับผิดชอบโดยตรงอย่าง ผบ.เหล่าทัพ
อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือการอ่านข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศด้วยเยอะๆ
แหล่งข่าวในไทยหลายคนไม่ยอมให้ข่าวกับนักข่าวไทย
แต่ยินดีให้ข่าวกับนักข่าวต่างชาติ ตัวอย่างที่เห็นก็ ผบ.ทั้งหลายที่เวลานักข่าวไทยขอสัมภาษณ์จะไม่ค่อยว่าง แต่ถ้า CNN ขอสัมภาษณ์มาเมื่อไรต้องเคลียร์คิวแบบไม่ว่างก็ต้องว่างให้ได้
- เวลาเริ่มต้นเป็นนักข่าวต้องทำอย่างไร นักข่าวมือใหม่จะหาแหล่งข่าวได้หรือเปล่า?
ก็
ต้องติดตามนักข่าวรุ่นพี่ สังเกตและทำความรู้จักจากรุ่นพี่
ปกติทุกหน่วยข่าวเวลารับนักข่าวหน้าใหม่เข้าไปจะต้องมีรุ่นพี่คอยประกบ
คือเป็นผู้ฝึกสอน ถ้าขยันและตั้งใจพอแหล่งข่าวก็จะเห็น
เริ่มให้ข้อมูลกับเรา และให้ความไว้วางใจ แต่ก็ต้องระวังถูกแหล่งข่าวใช้เป็นเครื่องมือ
ตัวอย่างเช่นตอนพี่ได้สัมภาษณ์ พล.อ. สุจินดา คราประยูร
หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ถูกประณามว่าเป็นทรราชฆ่าประชาชน
แน่นอนว่าเขาเลือกให้เราไปสัมภาษณ์เพราะเห็นว่าเป็นนักข่าวจบใหม่
ไม่มีสีไม่มีขั้ว ทำให้ภาพลักษณ์ของข่าวที่ออกมาดูเป็นกลาง
แต่เราก็ต้องแทรกความคิดเห็นและข้อมูลประกอบคำสัมภาษณ์นั้นไปด้วยเพื่อไม่
ให้กลายเป็นว่าถูกแหล่งข่าวใช้งานเป็นเครื่องมือ
- แล้วเมื่อวิเคราะห์ จะต้องมีแนวทางคิดวิเคราะห์อย่างไรถึงจะพยากรณ์ได้แม่นยำ?
ก็
ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องเจาะเข้าถึงผู้รับผิดชอบโดยตรง
ถ้าหาไม่ได้ก็ต้องขอข่าวจากคนใกล้ชิดแต่ก็ต้องลดทอนความน่าเชื่อถือลงไป
แล้วเราต้องประเมินความน่าเชื่อถือจากอดีตของแหล่งข่าวนั้นด้วย
เช่นเมื่อข่าวที่แหล่งข่าวคนเดิมให้มาเกิดขึ้นจริงสักครั้งสองครั้งติดกัน
เราก็ต้องเพิ่มค่าความน่าเชื่อถือจากแหล่งข่าวนั้นให้มากขึ้น
และควรเช็คข่าวจากแหล่งข่าวอื่นเพื่อว่าอาจจะได้เป็นจิ๊กซอว์ต่อเข้ากันให้
เกิดภาพรวมสมบูรณ์
บางครั้งตัวประกอบที่ทำให้ภาพรวมสมบูรณ์อาจจะไม่ได้มาจากข่าวการเมือง
หรือการทหารอย่างเดียว อาจจะมาจากข่าวต่างประเทศ เศรษฐกิจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าสังคมหรือหน้าสตรี อย่างเช่น
เราอาจไม่รู้ว่าข่าวลือว่านักการเมืองคนหนึ่งไปพบทักษิณที่เขมรเป็นจริงหรือ
เปล่า
แต่ถ้าเราเห็นข่าวในหน้าสังคมว่าภริยาไปมอบทุนการศึกษาให้เด็กที่เขมร
ก็มาเติมเต็มส่วนที่ขาดไปได้ชัดขึ้น
- วิธีเขียนบทวิเคราะห์ให้น่าสนใจและดึงดูดใจ?
ต้อง
เขียนให้มีเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่ไม่พบในเนื้อข่าวหรือคนไม่รู้
เป็นสีสันประกอบการวิเคราะห์ หรือใช้เทคนิคการนำเสนอที่ดึงดูดใจ
บางครั้งข้อมูลอาจจะไม่ต้องลับล้วงลึก
แต่นำเสนอได้ดีและมีแนวคิดเข้าท่าก็เป็นบทความที่น่าอ่านแล้ว
แล้วเวลาเราเขียนไปนานๆก็จะรู้เองว่าเราควรเขียนอะไร หรือไม่
บก.ก็จะกำหนดเรื่องมาให้เอง
- เคยถูกฟ้องบ้างหรือเปล่า และเขียนอย่างไรไม่ให้ถูกฟ้อง?
เหมือนกับเป็นโชคดีที่ยังไม่เคยถูกฟ้อง บางทีก็แค่ถูกเขม่นบ้างอย่างอดีตนายกบรรหาร กับ ทักษิณ ถามหาว่าเป็นใครมาจากไหน แต่ส่วนใหญ่นักข่าวที่ถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทมักจะเป็นสองกรณี คือกรณีเรียกรับเงิน และกรณีชู้สาว ซึ่ง
ปกติเราก็ไม่ค่อยกล่าวพาดพิงถึงอยู่แล้วตามจรรยาบรรณถ้าไม่มีข้อเท็จจริง
อีกอย่างหนึ่งคือใช้เทคนิคการนำเสนอแบบข่าวบันเทิง ใช้ตัวย่อ พลเอก ป.
ส.ส. อ. หรือ บรรยายลักษณะที่เห็นได้ชัด เช่น สมมติเราจะเขียนว่าเนวินไป
พบอนุพงษ์ในค่ายทหาร รับเงินมาเปลี่ยนขั้วตั้งรัฐบาล
ถ้าเขียนตรงๆก็ถูกฟ้องจากทั้งเนวิน และท่านผบ.อนุพงษ์ แต่ถ้าเราเขียนว่า
นักการเมืองห้อยไปพบนายทหารเถิก
แบบนี้ถึงคนอ่านจะรู้แต่ทางกฎหมายแล้วก็หลุดฟ้องทุกราย (จริงค่ะ –
นักศึกษาหญิงจากคณะนิติศาสตร์ที่เข้ามาร่วมฟังพยักหน้าเห็นด้วย)
- เป็นนักข่าวหญิงอยู่ในสายทหารที่มีแต่ผู้ชาย เคยมีปัญหาถูกล่วงละเมิดทางเพศบ้างไหม?
โอ๊ย
ดูหน้าตาพี่สิ ใครจะมาคิดทำอะไร
แต่สิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือการวางตัวให้เหมาะสมด้วย
ไม่ใช่ว่าเป็นนักข่าวทหารแล้วจะมาหนุมหนิม ท่านคะ ท่านคะ อ้อนให้ได้ข่าว
มันก็ต้องลุยๆ มึงวาพาโวยกันบ้าง จะบอกให้ว่านักข่าวสายทหารประมาณ 85% เป็นผู้หญิงนะ เหมือน
กับว่าทหารเองก็เป็นผู้ชายเงียบๆ ดุๆ
ถ้าเจอนักข่าวผู้ชายแข็งใส่ก็จะพาบให้ไม่ได้ข่าว
ก็ต้องเอาความเป็นผู้หญิงเข้าไปให้อ่อนๆลง
มันก็คงมีอยู่บ้างเรื่องนักข่าวสมยอมเพื่อผลประโยชน์อะไรๆกับแหล่งข่าว
แต่นักข่าวคนนั้นก็จะถูกเล่าลือกันในวงการและสุดท้ายเมื่อไม่มีคนยอมรับก็
ต้องพ้นจากวงการนักข่าวไปเอง
- นอกจากเรื่องชู้สาวแล้ว ต้องระวังเรื่องการวางตัวอะไรอีกบ้าง?
เรา
ก็ต้องวางตัวให้ไม่มีขั้ว
ต้องรู้จักแบ่งแยกเรื่องที่ดีกับเรื่องที่ไม่ดีออกให้ชัดเจน
เวลานำเสนอเขียนอะไรลงไปต้องรอบคอบ ระวังถูกฟ้อง พี่คิดว่าโดยธรรมชาติของนักข่าวนั้นเป็นด้านตรงข้ามกับรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจอยู่แล้ว
คือเราต้องอยู่ข้างผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของรัฐ
เป็นการตรวจสอบโดยไม่มีอคติ
บางครั้งถูกด่าและถูกผลักไปเข้ากับขั้วอีกฝั่งแต่ก็ต้องรักษาความเป็นกลาง
ไว้ให้ได้ถึงที่สุด
- ถามเรื่องของพี่บ้าง ทำไมได้ไปทำงานข่าวสายทหาร?
ช่วง
ที่พี่จบเป็นช่วงปี 34 ทหารก็กำลังฮึ่มๆใกล้จะปฏิวัติรัฐบาลชาติชายเต็มที
พอเรียนจบไปทำงานที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์เขาก็ต้องเพิ่มจำนวนนักข่าวสาย
ทหารเพื่อติดตามความเคลื่อนไหว แล้วพอทำงานไปนานๆก็มีแหล่งข่าว มีคนรู้จัก
สุดท้ายก็อยู่สายทหารมา 17 ปีแล้ว
ที่แปลกของข่าวสายทหารคือไม่ค่อยถูกเปลี่ยนโยกย้ายสาย
โดยปกตินักข่าวมือใหม่ๆจะถูกใช้ให้ไปประจำสายทำเนียบ
แล้วค่อยโยกไปประจำที่อื่นๆเช่น พรรคการเมือง ศาล กระทรวง
แต่ก็จะถูกโยกย้ายไปตามเวลาเพราะว่าทางสำนักข่าวต้องป้องกันความคุ้นเคย
เมื่ออยู่ไปนานๆ ซึ่งจะทำให้ข่าวที่ได้มามีฉันทาคติ คือเขียนเชียร์กัน
ไปเทคไซด์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะรู้จักกันมานาน
แต่สายทหารไม่ค่อยมีเหตุการณ์เข้าข้างทหาร ก็เลยอยู่กันยาว
ที่อายุมากที่สุดในสายทหารนี่ก็ 70 กว่าปี(ตั้งแต่ยุคสงครามโลกเลยแฮะ - นักศึกษาพึมพำ)
- เทคโนโลยีมีผลดีผลเสียอะไรบ้างกับการทำข่าว โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
ข่าวหลายๆข่าวก็ได้มาจากการอ่านเว็บ หรือเว็บบอร์ดแสดงความคิดเห็นนะ
มันเป็นฮินต์ที่เราสามารถเอาไปสืบต่อจากแหล่งข่าวได้
อย่างการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพที่มีคนมาโพสต์เปิดโปงในเน็ตเนี่ย
บางเรื่องเราก็ไม่รู้มาก่อนเลย แต่ที่แย่ของเทคโนโลยีคือการลอกข่าวแบบก๊อปปี้แล้วเพสต์
บางทีนักข่าวเองอยู่ต่างจังหวัดแล้วส่งข่าวเข้าเมล์กันไปไม่ได้รีไรท์เลย
แล้วส่งเข้าโรงพิมพ์ แบบนี้ทำให้ข่าวหลายๆหัวซ้ำกันแบบน่าตลก
- เรื่องที่อยากแนะนำน้องๆนักศึกษาปัจจุบัน
ก็รู้ให้ทั่วตั้งแต่รากหญ้ายันเจ้าฟ้าก็แล้วกัน
ทำตามคำแนะนำพี่เค้าอ่ะนะ แหะๆ

สาวผมยาวข้างๆผมคือพี่วาสนา นาน่วม ครับ หลายๆคนคงคิดว่าเป็นนักข่าวชายถึกๆ เถื่อนๆ แต่ไม่ใช่เลย ตัวจริงน่ารักมาก ^ ^
#1 By ณ on 2009-01-26 22:39