Recommend

"If you tell a big enough lie and tell it frequently enough, it will be believed. "
Adolf Hitler, Mein Kampf "Why the second reich collapse"

"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ"
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์, การต่อสู้ของข้าพเจ้า "เหตุใดจักรวรรดิไรค์ที่ 2 จึงล่มสลาย"

เคยสงสัยกันไหม ว่าทำไมคนที่ดูฉลาด เก่งกาจ จำนวนมาก กลับตกเป็นสาวกลัทธิแปลกประหลาดที่ผิดสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิง
เคยสงสัยกันไหม ว่าทำไมฝูงชนหมู่มากเมื่อมารวมกัน จึงถูกหลอกให้เชื่อเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ และไม่ควรเชื่อได้บ่อยๆ
เคยสงสัยกันไหม ว่าชนชาติที่ขยัน อดทน และมีมันสมองชั้นเลิศอย่างญี่ปุ่นและเยอรมัน จึงถูกผู้นำหลอกให้ทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำพูดของเขาได้

นักสื่อสาร นักจิตวิทยา ต่างศึกษาจิตใจของผู้คน และกระแสของมวลชน จนสรุปว่า
การ propaganda (ไทยแปลศัพท์ว่า โฆษณาชวนเชื่อ) เป็นต้นเหตุของความผิดเพี้ยนทางความคิดทั้งปวง
แน่นอนว่า นักจิตวิทยาและนักสื่อสารบางส่วนนำผลสรุปนี้ไปใช้ประโยชน์ สร้างระบบจิตวิทยามวลชน อุปาทานหมู่ เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง
ทำอย่างไรเราจะรู้ทันการโฆษณาชวนเชื่อนี้ล่ะ



บทความนี้ไม่ได้มีเพื่อให้นำวิธีการต่างๆไปใช้ แต่เพื่อให้รู้เท่าทันและระวังตัวไม่ตกเป็นเครื่องมือของการโฆษณาชวนเชื่ออีกต่อไป
หลักการโฆษณาชวนเชื่อ อาจสรุปลงง่ายๆ 7 ข้อ ได้แก่

1. Ad Hominem : โจมตีตัวบุคคล สร้างศัตรูบุคคลขึ้นมาเป็นหุ่นรับการโจมตีหลัก แล้วจับผิด โจมตี ด่าทอ ต่อว่า ทั้งเรื่องส่วนตัวและคำพูดทุกคำพูดของคนๆนั้น รวมถึงการสร้างภาพให้ฝ่ายศัตรูที่ตั้งขึ้นมาโจมตีเป็นปีศาจร้าย เปรียบเทียบกับความชั่วร้ายในโลกทั้งมวล ทั้งในพระคัมภีร์ศาสนาและประวัติศาสตร์
ตัวอย่างเช่น การโฆษณาชวนเชื่อโจมตีสตาลิน ในยุคลัทธิแม็คคาร์ธีของสหรัฐทศวรรษที่ 60 ว่าโหดเหี้ยม ดุร้าย ป่าเถื่อนไร้อารยธรรม การสร้างข่าวโจมตีนายกฯวินสตัน เชอร์ชิลว่าเป็นคนโง่ ดื้อด้าน ปากเสีย ของนาซี หรือแม้แต่การโฆษณาโจมตีฮิตเลอร์ว่าเป็นอัตติลาชาวฮัน หรือทายาทซาตาน ตัวแทนสัตว์นรก 666 ของฝ่ายสัมพันธมิตรเอง

2. Ad nauseum : พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก มีสำนวนไทยว่าไว้เข้าทีว่า "น้ำหยดลงหินทุกวัน หินยังกร่อน" แล้วใจคนอ่อนๆจะทนได้อย่างไร(ฮา) เมื่อนำ้คำลมปากกรอกหูเข้าทุกวัน
สาวบางคนมีแฟนหนุ่มหล่อเท่อยู่ดีๆ วันเลวคืนร้ายเพื่อนตัวดีกริ๊งกร๊างมาว่า " นี่เธอ เพื่อนของฉันเห็นหนุ่มหล่อๆหน้าตาคล้ายๆแฟนเธอเดินควงอยู่กับหนุ่มที่ไหนก็ ไม่รู้ เนี่ย ชั้นล่ะสงสัยอยู่แล้วนะ ว่าแฟนเธอจะเป็นเกย์"
หนแรกไม่เชื่อหัวเราะใส่โทรศัพท์
หนสองเริ่มลังเล
หนสาม เอ๊ะ ชักไม่เข้าที ลองถามที่รักดูดีไหมนะ
หนสี่อดรนทนไม่ได้ถามออกไป ปรากฏว่าเป็นคุณแฟนพาคุณพ่อไปโรงพยาบาลซะฉิบ
แต่คราวนี้ หนที่ห้าถ้ามีอีก คุณอาจจะเริ่มสงสัยแล้วว่าแฟนคุณโกหก แม่เพื่อนตัวดีก็ใส่ไฟใหญ่ "เนี่ย แฟนเธอโกหกชัดๆ ผู้ชายที่เพื่อนชั้นเห็นเดินควงกับแฟนเธอน่ะ ยังเป็นเด็กหนุ่มอยู่เลย สัก 16-17 นี่แหละ จะเป็นคุณพ่อได้ยังไง"
หนที่หกเริ่มหงุดหงิดทุรนทุราย ออกสะกดรอยตาม แต่ก็ไม่เจอจังๆ
หนเจ็ด แฟนจับได้ว่าแอบตามเขาไป "นี่คุณไม่ไว้ใจผมใช่มั้ย ถ้าอย่างนี้ เราเลิกกันดีกว่า"
ต้องนั่งร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า จะโทษเพื่อน เพื่อนตัวดีก็บอกว่า "ก็ขอโทษนะ ฉันไม่ได้เห็นเองนี่ เพื่อนของเพื่อนฉันบอกมาอีกที แถมเค้าไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนเธอนิ แค่หน้าคล้ายๆ"
แต่สุดท้าย คุณก็เห็นแม่เพื่อนตัวดีเดินจู๋จี๋กับแฟนเก่าคุณซะงั้น......

3. Big Lie : โกหกคำโต โยเซฟ เกิบเบิลส์(1897-1945) รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาการ(minister of propaganda) มือขวาของฮิตเลอร์ กล่าวว่า



"The bigger the lie, the more it will be believed."
"ยิ่งโกหกคำโตเท่าไร, มันยิ่งน่าเชื่อไปเท่านั้น" และ

"The great masses of people will more easily fall victims to a big lie than to a small one."
"ฝูงชนมหาศาลถูกหลอกด้วยการโกหกเรื่องใหญ่ ง่ายกว่าโกหกเรื่องเล็กๆ"

การโกหกเรื่องเล็กๆที่มีรายละเอียดปลีกย่อย อาจมีผู้จับโกหกได้ง่าย แต่การโกหกเรื่องใหญ่ๆเพื่อหลอกให้เชื่อ มันย่อมครอบคลุมเรื่องต่างๆหลากหลาย อย่างน้อยต้องมีข้อใดข้อหนึ่งที่ถูกจริตผู้ฟัง และเมื่อคนพูดพูดในสิ่งที่คนฟังอยากจะเชื่ออยู่แล้ว เขาก็พร้อมจะยอมเชื่อโดยดี แม้ว่าคำโกหกเรื่องใหญ่นั้น จะเท็จครึ่ง จริงครึ่ง หรือไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความจริงอยู่เลย

4. Name calling : สร้างสมญานาม การสร้างชื่อแทนใช้เรียกย่อๆ ง่ายๆ และตีความได้เข้าข้างตัวเอง หรือสร้างภาพเสียหายให้ศัตรู เป็นเทคนิคของการโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนึ่ง
เช่น Iron Curtain : ม่านเหล็ก ที่ดูน่ากลัว, The Third Reich ที่ย้อนโหยหาคืนวันอันรุ่งเรืองในอดีต และมักใช้สถาบันที่สูงส่งเข้ามาสร้างภาพเป็นส่วนหนึ่งของชื่อด้วย เช่น Imperial Army : กองทัพบกของสมเด็จพระจักรพรรดิ ของกองทัพญี่ปุ่น ถ้าจะหาเอาใกล้ๆก็เช่น ฟักแม้ว, หน้าเหลี่ยม, หมูกชมพู่, นอมินีเหลี่ยม, กะทิ, มารเฒ่าแซ่ลิ้ม, โจรโพกผ้าเหลือง เป็นต้น


ขนาดพันธบัตรยังใช้คำว่า พันธบัตรเสรีภาพเลย

5. Black and White fallacy : ตรรกะผิด-ถูก แบบขาว-ดำ ผู้โฆษณาชวนเชื่อ ต้องสร้างภาพการแบ่งแยกฝ่ายถูกผิดชัดเจนเป็นสีขาว-ดำ ใครเข้าข้างจะเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายธรรมะ ส่วนใครไม่เห็นด้วยก็จะถูกผลักไปเป็นฝ่ายผิด เป็นฝ่ายอธรรมทันที ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ คำพูดของจอร์จ บุช จูเนียร์ เมื่อตัดสินใจบุกอิรักว่า "If you don't be aside with America, you are with terrorrist."

ในโลกสีเทาหม่นๆของความเป็นจริง เราแสวงหาความดี ความถูกต้อง ตามหลักคำสอนทางจริยธรรมและศีลธรรมอยู่เสมอ เมื่อผู้โฆษณาชวนเชื่อตั้งธงให้เข้าร่วมกับความถูกต้องชัดเจนย่อมไม่แปลกที่ จะหลงเชื่อในสิ่งที่เขากล่าวอย่างง่ายดาย และอาจไม่ฉุกคิดเลยว่า สิ่งที่เขาพูดไม่ตรงกับการกระทำอย่างใดเลย

ใช่-ไม่ใช่พี่น้อง (ฮา)

6. Flag Waving, Beautiful thing, and Great People reference : ชูธงสูงส่ง อ้างสิ่งสวยงาม ตามหลักมหาบุรุษ การโฆษณาชวนเชื่อนั้นจะอ้างตนเองและกลุ่ม แนวคิดของตน ให้ดูยิ่งใหญ่ สูงส่ง อลังการ มีคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ด้วยคำพูดและป้ายประกาศ ใช้ข้อความที่ดูดี อ้างอิงสิ่งเหนือธรรมชาติ หรือนามธรรมที่คนยอมรับว่าดี เช่นเทพเจ้า พระเจ้า เทพยดา อ้างแนวทางของบุคคลในประวัติศาสตร์ ศาสดาที่ยิ่งใหญ่ เช่น พระพุทธเจ้า พระมะหะหมัด พระคริสต์ มหาตมะคานธี อับราฮัม ลินคอล์น อ้างพระคัมภีร์ของศาสนาต่างๆ ฯลฯ



แต่การอ้างดังกล่าวแตกต่างไปจากการเผยแผ่หรือโน้มนำที่ดีตามปกติ ด้วยว่าการโฆษณาชวนเชื่อ จะนำภาพลักษณ์ที่ดูสูงส่งสวยงามเหล่านั้นมาบิดเบือนให้เข้าข้างแนวคิดของตน
เช่นนาซีอ้างพระคัมภีร์ที่ว่ายูดาทรยศพระคริสต์ มาบ่มเพาะความเกลียดชังชาวยิวทั้งหมด โดยละเลยไปว่าพระคริสต์เองและอัครสาวกก็เป็นชาวยิว,
ฏอลิบันอ้างกุรอ่านว่าห้ามบูชารูปเคารพ มาทำลายพระพุทธรูปโบราณที่บามิยัน ทั้งๆที่ไม่มีใครแถวนั้นบูชาอีกแล้ว เป็นเพียงมรดกศิลปะเก่าแก่เท่านั้น

7. Disinformation by mass media : ควบคุมกำจัดข้อมูลผ่านสื่อสารมวลชน การบอกข้อมูลไม่ครบ บอกความจริงไม่หมด เลือกแต่เฉพาะข้อมูลหรือข่าวที่ส่งผลดีต่อฝ่ายตนเอง ใช้การอ้างนอกบริบท หรือนำคำพูดที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาแต่งเติมเสริมเข้าไปให้ดูดี....
ยิ่งใช้สื่อมวลชนที่เข้าถึงคนหมู่มาก ยิ่งบอกผ่านกันไปปากต่อปาก และยิ่งดูน่าเชื่อถือ หลายๆคนพอตั้งข้อสงสัย ก็ถูกตอบว่า "ก็ทีวีว่ามาอย่างนี้ล่ะ"



ข้อนี้เราคงเห็นกันตามสื่อสารมวลชนอยู่ทุกวันแล้วนะครับ

ปกติหน้าที่ของสื่อข้อหนึ่งคือ Gatekeeper ผู้คัดกรองข่าวสาร เลือกข่าวสารที่มีประโยชน์และเป็นจริง และกำจัดข้อมูลชยะที่เป็นเท็จและไม่เป็นประโยชน์ทิ้งไป
รวมถึงการเรียบเรียงข้อมูลให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่เมื่อสื่อมาโฆษณาชวนเชื่อแล้ว การคัดกรองข่าวสารก็จะบิดเบี้ยว
กลายเป็นว่า คัดเฉพาะข้อมูลที่เข้าข้างฝ่ายตน มีประโยชน์ต่อตนเอง หรือหากข้อมูลเป็นกลางก็จะนำมาตัดแต่งเติมต่อตีความให้เข้ากับแนวคิดของตน เอง
รวมทั้งการเรียบเรียงให้ง่าย(simplification) ที่ตัดทอนและละเลยข้อเท็จจริงไป แล้วนำเรื่องยากซับซ้อนต้องใช้ความรู้ความเข้าใจสูงมาพูดเป็นเรื่องพื้นๆให้ คนเชื่อตาม

เ่อ่อ นี่อาจจะเป็นตัวอย่างได้ http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=339560

......................................................................................

การโฆษณาชวนเชื่อ แตกต่างและน่ากลัวกว่าการโฆษณาและชักจูงตามปกติ
เพราะมันจะทำให้ตรรกะของคุณบิดเบี้ยวโดยคุณไม่รู้ตัว
คุณจะเห็นคนอื่นผิดหมด ขณะที่ตัวเองถูกต้องเพียงคนเดียว
คุณจะไม่เหลียวแม้แต่หางตามองสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเชื่อของคุณ
คุณจะกล้าใช้ถ้อยคำหยาบคาย ด่าทอ เสียดสี คนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณ ทั้งๆที่คุณไม่เคยมีนิสัยหยาบคายมาก่อน
คุณจะพร้อมบริจาค ทุ่มเททั้งกำลังกายและทรัพย์สินให้กับสิ่งที่คุณเชื่อ โดยไม่เหลือให้ตัวเองและครอบครัว
และเมื่อคุณรู้ตัว สังคมของคุณจะเหลือเพียงแต่กลุ่มคนที่เชื่อโฆษณาชวนเชื่อแบบเดียวกับคุณเท่านั้น

War is Peace
Freedom is Slavery
Knowledge is Ignorance

Big Brother is Watching You!



ระวัง! ผมอาจจะกำลังโฆษณาชวนเชื่อพวกคุณผู้อ่านอยู่เช่นกัน

อ้างอิง

กิติมา สุรสนธิ. การสื่อสารสาธารณมติ. คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2550.
http://en.wikiquote.org
http://en.wikipedia.org/wiki/Propaganda
http://www.holocaustresearchproject.org/holoprelude/nazprop.html

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#49 By aaax on 2012-12-13 13:44

อินเซปชั่น!!!Hot! Hot!
Hot! Hot!

#47 By BTN_LM ✝ on 2010-12-17 15:30

มันอยู่ที่ว่าเราอยากจะเชื่ออยู่แล้วรึเปล่า จริงป่ะ

#46 By lunatic_girl on 2010-10-27 09:11

ชวนเชื่อรึไม่ก็เชื่อตั้งแต่หัวเอนทรี่แล้วค่ะ
Hot! Hot! Hot! sad smile

#45 By Se.ChoU on 2009-03-13 18:11

Truth is sacred; and if you tell the truth too often nobody will believe it.

#44 By Der letzte Auftrag on 2008-12-11 01:39

ขอให้คุณ terasphere ติดต่อกลับ
แอน (กองบรรณาธิการนิตยสาร "ฟิ้ว")
ที่ npsrn@yahoo.com
สนใจงานของคุณค่ะ

#43 By anna penguin on 2008-09-28 11:30

แต่คราวนี้ผมเชื่อนะ

#42 By StillGoing on 2008-09-25 17:52

ปกติใช้ข้อ2 หุหุHot!

#41 By *~Karn3D~* on 2008-09-25 14:56

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เคสที่สอง ตัวอย่างร้ายมากๆ

เชื่อเนื้อหาในเอนทรีนี้ไปซะแล้ว 555

#39 By ch_a_m_p on 2008-09-24 21:54

บอกไม่หมด ไม่ได้หมายถึงโกหกใช่แมะ ฮิHot! confused smile

#38 By (^_^)/nana on 2008-09-24 21:40

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ชอบนะเนี่ย สงสัยถูกทำให้เชื่อไปแล้ว

#37 By แมว on 2008-09-24 18:44

อย่าไปเชื่อคนเค้าลือ อย่าไปถือคนเค้าพูดกันconfused smile Hot!

#36 By Eddalion on 2008-09-24 17:12

รู้สึกว่าจะถูก จขบ.ถูกทำให้เชื่อไปซะแล้วล่ะHot!

#35 By ~memay~ on 2008-09-24 15:06


บทความดีนะคะ เข้ากับสถานการณ์ Hot! Hot!
มีประโยชน์มากมายจริงค่ะ Hot!

ส่วนข้อความที่ว่า [ว่าแต่การคอสเพลย์ หรือการเล่นการ์ดนี่ชวนเชื่อรึเปล่า? เพราะเหมือนข้อหลังๆ จะตรงกับกลุ่มนี้เหมือนกันคือทุ่มทุนกับมัน และสุดท้ายก็จะเหลือแต่สังคมที่เล่นด้วยกัน?] << ตราบใดที่คุณไม่มองคนที่ไม่ชอบคอสหรือพวกไม่เล่นการ์ดเป็นศัตรู... ก็ยังไม่นับว่ากิจกรรมพวกนี้เป็นโฆษณาชวนเชื่อนะ

#32 By lexManarae on 2008-09-24 11:02

เป็นเอ็นทรี่ที่มีประโยชน์มากครับ Hot!

#31 By Seam - C on 2008-09-24 09:17

เห็นด้วยครับ

#30 By mekabeam on 2008-09-24 09:10

Hot! มีประโยชน์ๆ

#29 By *cinnamoroll on 2008-09-24 08:24

บ้านเมืองไทยตอนนี้ กำลังวุ่นวาย เพราะวิธีแบบนี้น่ะแหละ

Hot! Hot! Hot!

#28 By XeNoX the Caduceus on 2008-09-24 08:16

เวลาเจอใครติดกับดักโฆษณาชวนเชื่อแล้ว ไม่อยากเข้าไปยุ่งเลยล่ะครับ

#27 By chubby on 2008-09-24 01:46

เนื้อหาน่าสนใจจริงๆครับ Hot!

#25 By CyberAlchemist on 2008-09-24 00:14

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจมากๆครับ Hot!

#24 By indybear on 2008-09-23 22:43

สื่อถึงอะไรรึเปล่าน้าา question Hot!

#23 By bellbell on 2008-09-23 21:28

Hot!

นึกถึงภาพยนตร์ Wag the Dog

ปัจจุบันเรามักเห็นแต่นักสร้างกระแส ไม่ใช่นักประชาสัมพันธ์

#22 By on 2008-09-23 20:44

5555555555

รู้จักเกมส์ "ไพ่โกหก" ไหม

ยิ่งคำโกหกมันทับถมกันมากเท่าไหร่ ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่ามันเชื่อไม่ได้ แต่ก็ยังคงจะเล่นตามเกมส์ต่อไป

คนที่มีสติเท่านั้นที่จะชนะ

#21 By ชนบท (Rural) on 2008-09-23 19:52

Hot! Hot!
หลังอ่านจบ ถูกชวนเชื่อไปเรียบร้อยopen-mounthed smile

#20 By S.Sasi on 2008-09-23 19:22

Hot! เยี่ยม

#19 By raycircle on 2008-09-23 19:13

โดนใจมากเลยค่ะHot!

#18 By >>VaRioLa on 2008-09-23 19:02

Hot! Hot! Hot!

นึกถึงความเชื่อทางการเมืองสมัยนี้ ฮาๆๆ

#17 By lumin on 2008-09-23 18:49

ได้ความรู้มากมาย confused smile

#16 By pradchan on 2008-09-23 18:07

ข้อ 7 ผมใช้บ่อยแหะ

"ไม่ได้โกหกนะ ...ก็แค่พูดไม่หมด" sad smile

#15 By Akara_gat on 2008-09-23 18:03

จะเอาไปใช้โกหกบ้าง ๕๕๕

จขบ โกหกเรารึเปล่านะ?Hot!

#14 By ฉันคือรั้ว on 2008-09-23 17:58

ถูกใจมากค่ะ จริงๆแล้วมนุษย์เรามักโอนอ่อนต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ตัวเองเชื่อหรือมีประโยชน์ต่อตัวเองเสมอค่ะHot!
Hot!
big smile ข้อมูลแน่นมากมาย
อ่านแล้วทึ่งมากๆครับ การโฆษณาเนี่ยใช้หลักจิตวิทยาสุดๆไปเลย

#12 By ลิงกับหมู on 2008-09-23 17:37

เป็นบทความที่ดีมากที่สมควรให้ทุกคนได้รับทราบโดยทั่วถึงกันครับHot!

#11 By Elta_kung on 2008-09-23 17:12

ยอดมากครับ Hot!

อนึ่ง เห็นที่ฟอรัมก่อนมาเห็นที่นี่อีกที confused smile

#10 By Zairen_Parodyme. on 2008-09-23 17:06

Hot! Hot! Hot!

#9 By sicknessbun on 2008-09-23 17:00

อืมๆๆ ดีๆ

#8 By i-musicale on 2008-09-23 16:58

ยอดเยี่ยมและน่าอ่านมากครับ Hot!

#7 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-09-23 16:25

ชวนเชื่อแต่มันก็น่าเชื่อนะHot! Hot!

#6 By yium on 2008-09-23 12:58

ถึงจะชวนก็เชื่อ! Hot!
อยู่ที่ว่าเราคิดเห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริงรึเปล่า

...เมื่อได้เห็นเองแล้วว่าเป็นจริง จึงเชื่อ ...
(แล้วเห็นในลักษณะใหน ถึงจะเรียกว่าเป็นหยั่งงั้นจริงๆ เพราะบางทีการเห็นจากการพิสูจน์อาจจะไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป)

ว่าแต่การคอสเพลย์ หรือการเล่นการ์ดนี่ชวนเชื่อรึเปล่า? เพราะเหมือนข้อหลังๆ จะตรงกับกลุ่มนี้เหมือนกันคือทุ่มทุนกับมัน และสุดท้ายก็จะเหลือแต่สังคมที่เล่นด้วยกัน?

#5 By +:~: - Chocohime - :~:+ on 2008-09-23 12:45

ผมเห็นด้วยอย่างมากที่ว่า เรียนสูง เก่ง ฉลาด ประสบความสำเร็จ ไม่ได้สัมพันธ์กันเท่าไหร่นักกับความละเอียดอ่อนทางความจริงครับ Hot!

#4 By Kasidej on 2008-09-23 12:43

Hot! เราถูกจขบ. ทําให้เชื่อไปเรียบร้อยแล้วsad smile

#3 By Pink clouds on 2008-09-23 11:16

ที่อ่านไปมันไม่ใช่ชวนเชื่อนิ แต่แค่คิดอย่างนั้นอยู่แล้ว Hot! Hot!

#2 By เมพหมี shakri on 2008-09-23 10:52

ผมชอบภาพ poster propaganda ครับ มันมีเสน่ห์ดี

ส่วนตัวเห็นด้วยกับ propaganda นะ ตราบใดที่มันอยู่ในระดับปรุงรสจุดอารมณ์ไม่ใช่โกหกหน้าด้านๆ บางครั้งการจุดประกายคนฟังก็จำเป็นHot! Hot!

#1 By Repentant on 2008-09-23 10:18