มกราคม เปลี่ยนปีเปลี่ยนชีวิต กับพิธีบรรลุนิติภาวะ
posted on 23 Jan 2008 22:33 by terasphere in Special-Report
ไอหนาวของปีใหม่มาพร้อมกับความสดชื่นของความหวังและปณิธานแห่งการเริ่มต้น
หลายๆคนก็คงตั้งใจจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างในชีวิตของตนเอง
รวมถึงเหล่าอนาคตของชาติตัวน้อยๆทั้งหลายที่จะได้รื่นเริงกันในวันเด็กของไทยที่ตรงกับเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม
แต่ประเทศญี่ปุ่นช่วงเวลาเดียวกันนี้กลับเป็นเวลาแห่งการเฉลิมฉลองให้แก่ผู้ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านชีวิตตัวเองสู่ความเป็นผู้ใหญ่
ในพิธีบรรลุนิติภาวะที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า เซจินชิกิ(成人式)
เหล่าหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่อายุครบ 20 ปี(二十歳 – อ่านว่าฮะตะจิ ไม่อ่านว่านิจุสไซ) จะร่วมกันเฉลิมฉลองวาระที่ตัวเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในวันจันทร์ที่สองของเดือนมกราคมของแต่ละปี พิธีเซจินชิกิหรือบรรลุนิติภาวะนี้วิวัฒนาการมาจากพิธีเก็นปุกุ(元服) ซึ่งเป็นพิธีการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของขุนนาง หรือพิธีโมหงิ(裳着) ซึ่งเป็นพิธีเตรียมออกเรือนของเหล่าสตรีชั้นสูงที่มีมาตั้งแต่ยุคเฮอัน
พิธีเก็นปุกุของขุนนาง ยุคมุโรมาจิ
ในพิธีเก็นปุกุ และพิธีโมหงินั้น เด็กหนุ่มหรือเด็กสาวที่เป็นผู้บรรลุภาวะผู้ใหญ่ต้องตัดมวยจุกหรือเปียผมของตัวเองออก เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวจากชุดยูกาตะของเด็กเป็นกิโมโนเต็มยศตามบรรดาศักดิ์ของตระกูลตน และหากเป็นชายมีการสวมหมวกแสดงฐานันดรตามที่จะเข้ารับราชการต่อไป หากเป็นหญิงก็จะสวมใส่กิโมโนหลายชั้นที่มีฟุริโซเดะหรือชายเสื้อยาวกรอมพื้นเพื่อแสดงว่าพร้อมที่จะออกเรือนแล้ว ซึ่งส่งอิทธิพลมาถึงพิธีเซจินชิกิว่าหนุ่มสาวที่เข้าพิธีต้องสวมชุดสวยงามเต็มยศ ฝ่ายชายอาจสวมฮาคามะของพ่อหรือสวมสูท ฝ่ายหญิงสวมกิโมโนของใหม่ที่มีฟุริโซเดะยาวอย่างงดงามสมฐานะเช่นกัน
พิธีสวมหมวกเก็นปุกุจำลอง ที่เมืองภาพยนตร์เกียวโต
รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้วันพิธีเซจินชิกิเป็นหนึ่งในวันหยุดราชการประจำปี เรียกว่าวันบรรลุนิติภาวะ (成人の日 seijin no hi) และจัดงานราชการเพื่อแสดงความยินดีแก่เหล่าประชาชนรุ่นใหม่ของชาติตามที่ว่าการเทศบาลเขตต่างๆ โดยมีนายกเทศมนตรีเป็นผู้ให้โอวาทอวยพรแก่เหล่าหนุ่มสาวที่บรรลุนิติภาวะของแต่ละเมือง นอกจากนี้ยังมีการจัดงานเฉลิมฉลองตามศาลเจ้าสำคัญ เช่น ศาลเจ้าซึรุงาโอกะฮาจิมัง ศาลเจ้าอิเสะจิงงู เนื่องด้วยถือว่าผู้บรรลุนิติภาวะแล้วเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาชาติให้ก้าวหน้า
สาวๆสวมกิโมโนเต็มยศเข้าร่วมพิธเซจินชิกิ
พิธีเซจินชิกิแม้ว่าเป็นพิธีที่มีจุดมุ่งหมายดี คือส่งเสริมเฉลิมฉลองวาระการเป็นผู้ใหญ่ของเหล่าหนุ่มสาว แต่ยังมีปัญหา หนุ่มๆคะนองที่ร่ำสุรากันจนเมามายจากการฉลองกันจนเลยเถิด มักจะก่อการทะเลาะวิวาทเป็นคดีขึ้นโรงพัก อัตราอาชญากรรมทางเพศในวันพิธีก็พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสาวๆดื่มสุราจนหมดสติเป็นช่องให้เหล่าชายใจทรามฉวยโอกาส อุบัติเหตุที่เกิดจากความมึนเมาขณะขับยานพาหนะ หรือแม้แต่การลื่นตกรองเท้าเกี๊ยะเพราะใส่ไม่ถนัดจนบาดเจ็บ ทางการญี่ปุ่นได้ทบทวนการจัดพิธีเซจินชิกิหลายครั้งหลายหน แต่ผู้คัดค้านก็กล่าวว่าควรจัดระบบการดูแลความปลอดภัย มากกว่าจะงดงานเทศกาลสำคัญที่เป็นประเพณีสืบทอดต่อกันมายาวนาน และว่าผู้เข้าร่วมงานล้วนเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงควรรับผิดชอบการกระทำของตัวเองมากกว่าที่รัฐจะเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงเสมือนว่าเขาเหล่านั้นยังเป็นเด็กอยู่
พิธีมอบประกาศนียบัตรว่าเป็นผู้ใหญ่ พิธีเซจินชิกิเมืองโอยามะปี 2007
จะงานเฉลิมฉลองวันเด็กหรือเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งควรยินดี หากสามารถปลูกฝังให้เด็กๆหรือผู้ก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่เหล่านั้นรู้ เข้าใจ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ดีงามของสังคม เติบโตก้าวหน้าเป็นกำลังพัฒนาประเทศชาติและอนาคตของของมนุษยชาติสืบต่อไป
มิใช่เพียงแค่เฉลิมฉลองให้ผ่านพ้นไปเพียงปีหนึ่งๆเท่านั้น
เหล่าหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่อายุครบ 20 ปี(二十歳 – อ่านว่าฮะตะจิ ไม่อ่านว่านิจุสไซ) จะร่วมกันเฉลิมฉลองวาระที่ตัวเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในวันจันทร์ที่สองของเดือนมกราคมของแต่ละปี พิธีเซจินชิกิหรือบรรลุนิติภาวะนี้วิวัฒนาการมาจากพิธีเก็นปุกุ(元服) ซึ่งเป็นพิธีการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของขุนนาง หรือพิธีโมหงิ(裳着) ซึ่งเป็นพิธีเตรียมออกเรือนของเหล่าสตรีชั้นสูงที่มีมาตั้งแต่ยุคเฮอัน
พิธีเก็นปุกุของขุนนาง ยุคมุโรมาจิ
ในพิธีเก็นปุกุ และพิธีโมหงินั้น เด็กหนุ่มหรือเด็กสาวที่เป็นผู้บรรลุภาวะผู้ใหญ่ต้องตัดมวยจุกหรือเปียผมของตัวเองออก เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวจากชุดยูกาตะของเด็กเป็นกิโมโนเต็มยศตามบรรดาศักดิ์ของตระกูลตน และหากเป็นชายมีการสวมหมวกแสดงฐานันดรตามที่จะเข้ารับราชการต่อไป หากเป็นหญิงก็จะสวมใส่กิโมโนหลายชั้นที่มีฟุริโซเดะหรือชายเสื้อยาวกรอมพื้นเพื่อแสดงว่าพร้อมที่จะออกเรือนแล้ว ซึ่งส่งอิทธิพลมาถึงพิธีเซจินชิกิว่าหนุ่มสาวที่เข้าพิธีต้องสวมชุดสวยงามเต็มยศ ฝ่ายชายอาจสวมฮาคามะของพ่อหรือสวมสูท ฝ่ายหญิงสวมกิโมโนของใหม่ที่มีฟุริโซเดะยาวอย่างงดงามสมฐานะเช่นกัน
พิธีสวมหมวกเก็นปุกุจำลอง ที่เมืองภาพยนตร์เกียวโต
รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้วันพิธีเซจินชิกิเป็นหนึ่งในวันหยุดราชการประจำปี เรียกว่าวันบรรลุนิติภาวะ (成人の日 seijin no hi) และจัดงานราชการเพื่อแสดงความยินดีแก่เหล่าประชาชนรุ่นใหม่ของชาติตามที่ว่าการเทศบาลเขตต่างๆ โดยมีนายกเทศมนตรีเป็นผู้ให้โอวาทอวยพรแก่เหล่าหนุ่มสาวที่บรรลุนิติภาวะของแต่ละเมือง นอกจากนี้ยังมีการจัดงานเฉลิมฉลองตามศาลเจ้าสำคัญ เช่น ศาลเจ้าซึรุงาโอกะฮาจิมัง ศาลเจ้าอิเสะจิงงู เนื่องด้วยถือว่าผู้บรรลุนิติภาวะแล้วเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาชาติให้ก้าวหน้า
สาวๆสวมกิโมโนเต็มยศเข้าร่วมพิธเซจินชิกิ
พิธีเซจินชิกิแม้ว่าเป็นพิธีที่มีจุดมุ่งหมายดี คือส่งเสริมเฉลิมฉลองวาระการเป็นผู้ใหญ่ของเหล่าหนุ่มสาว แต่ยังมีปัญหา หนุ่มๆคะนองที่ร่ำสุรากันจนเมามายจากการฉลองกันจนเลยเถิด มักจะก่อการทะเลาะวิวาทเป็นคดีขึ้นโรงพัก อัตราอาชญากรรมทางเพศในวันพิธีก็พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสาวๆดื่มสุราจนหมดสติเป็นช่องให้เหล่าชายใจทรามฉวยโอกาส อุบัติเหตุที่เกิดจากความมึนเมาขณะขับยานพาหนะ หรือแม้แต่การลื่นตกรองเท้าเกี๊ยะเพราะใส่ไม่ถนัดจนบาดเจ็บ ทางการญี่ปุ่นได้ทบทวนการจัดพิธีเซจินชิกิหลายครั้งหลายหน แต่ผู้คัดค้านก็กล่าวว่าควรจัดระบบการดูแลความปลอดภัย มากกว่าจะงดงานเทศกาลสำคัญที่เป็นประเพณีสืบทอดต่อกันมายาวนาน และว่าผู้เข้าร่วมงานล้วนเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงควรรับผิดชอบการกระทำของตัวเองมากกว่าที่รัฐจะเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงเสมือนว่าเขาเหล่านั้นยังเป็นเด็กอยู่
พิธีมอบประกาศนียบัตรว่าเป็นผู้ใหญ่ พิธีเซจินชิกิเมืองโอยามะปี 2007
จะงานเฉลิมฉลองวันเด็กหรือเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งควรยินดี หากสามารถปลูกฝังให้เด็กๆหรือผู้ก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่เหล่านั้นรู้ เข้าใจ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ดีงามของสังคม เติบโตก้าวหน้าเป็นกำลังพัฒนาประเทศชาติและอนาคตของของมนุษยชาติสืบต่อไป
มิใช่เพียงแค่เฉลิมฉลองให้ผ่านพ้นไปเพียงปีหนึ่งๆเท่านั้น
Tags: documentary, january, seijinshiki, มกราคม, สารคดี1 Comments
เอ...บ้านเราใช้สิทธิ์กันไวไปรึเปล่าเนี่ย
ปิดท้ายได้ดีนะครับ ถ้าเยาวชนของชาติ
ได้รับการปลูกฝังที่ดี บ้านเมืองก็เจริญมั่นคงสืบไป
แต่ถ้าเป้นแบบบ้านเราแล้วดูท่าทางจะไปยากอยู่....
#1 By YiUM ชีวิตจริงไม่เหมือนฝัน on 2008-01-23 22:54