Recommend

แนวทางการส่งผลงานเข้าสู่สายตาสาธารณชนของเหล่านักเขียนมีต่างๆกันไป บางคนก็อาศัยช่องทางส่งต้นฉบับตีพิมพ์ผ่านนิตยสาร บางคนก็เสนอผลงานตรงเข้าสำนักพิมพ์ และหลายๆคนก็อาศัยพื้นที่ไซเบอร์สเปซเผยแพร่งานเขียนของตนให้ผู้อ่านได้ชื่นชม(หรือวิพากษ์วิจารณ์)

อีกทางหนึ่งซึ่งเป็นหนทางหลักของการนำเสนอผลงาน ที่ส่งผลกระทบต่องานเขียนของนักเขียนอย่างสูงยิ่งคือ การส่งประกวดชิงรางวัล งานเขียนที่ติดตรารางวัลมักจะถูกวางให้โดดเด่นบนแผง เพิ่มยอดขายให้สำนักพิมพ์และส่วนแบ่งรายได้สู่นักเขียนอย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่นเมื่อคราวที่ “เจ้าหงิญ” ได้รับรางวัลซีไรท์ในปี ๒๕๔๘ ยอดพิมพ์พุ่งจนต้องพิมพ์ซ้ำ ๒๐ กว่ารอบจากที่พิมพ์ครั้งแรก ๓,๐๐๐ เล่มค้างเติ่งอยู่นานเป็นปี

ปัจจุบันเวทีประกวดงานวรรณกรรมเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวทีสำหรับเยาวชน สำนักพิมพ์ใหญ่ๆเปิดโอกาสให้นักเขียนรุ่นเยาว์เข้าประกวดโดยไม่ต้องต่อสู้กับมือเก๋าชิงรางวัลผูกขาดทั้งปี เช่น Young Thai Artist Award ของมูลนิธิซีเมนต์ไทย 7 book Award นายอินทร์อวอร์ดของเครืออมรินทร์ หรือแม้แต่รางวัลพานแว่นฟ้าของรัฐสภา ที่มีนักเขียนเยาวชนเข้าไปประกาศศักดาคว้ารางวัลบ่อยครั้ง
อาจเป็นเพราะแนวคิดของกรรมการตัดสินที่มุ่งเน้นให้คนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดทันสมัย-ร่วมสมัยเข้าไปมีบทบาทในบรรณพิภพมากขึ้น แต่ถ้าเราจะเขียนให้ได้รางวัลจะต้องทำเช่นไร? หากหวังชิงรางวัลคงต้องมาวิเคราะห์กันดู ในการนี้เจ้าของบล็อกได้รับคำแนะนำจาก รศ. สุพรรณี วราทร ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย กรรมการตัดสินรางวัล 7 Book Award และ ผศ. ตรีศิลป์ บุญขจร นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์ กรรมการตัดสินรางวัล Young Thai Artist Award, นายอินทร์อวอร์ด และ ซีไรท์ ถึงลักษณะของงานเขียนที่ “ทำให้ได้รับรางวัล” และลักษณะงานเขียนที่ต้อง “คัดออก” จากรอบคัดเลือกรางวัล ดังนี้

๕ ลักษณะ “ต้องห้าม” ของงานรางวัล

๑. ผิดศีลธรรมอันดีอย่างร้ายแรง สื่อความรุนแรงทางกาย จิตใจ หรือมีเรื่องเพศโดยไม่จำเป็น
ไม่ใช่ว่างานเขียนชิงรางวัลจะมีความรุนแรงหรือสื่อเรื่องเพศไม่ได้ แต่หากต้องการเติมความรุนแรงหรือเรื่องเพศลงในงานเขียน ต้องมีที่มาที่ไปสมเหตุสมผล หากตัดทอนลงได้โดยไม่เสียอรรถรสและเจตนาของงานเขียนก็ควรตัดทอนลง ความผิดขั้นอุกฤษฎ์อีกข้อหนึ่งคือการลอกเลียนผลงานของผู้อื่น หากงานเขียนที่ส่งประกวดมีโครงเรื่องหรือแนวบรรยายที่ซ้ำจนเกินคำว่า “แรงบันดาลใจ” ย่อมถูกตัดออกอย่างไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ฎีกา

๒. ไม่มีคุณค่าแก่คนอ่าน คุณค่าของงานเขียนอาจเป็นได้ทั้งคุณค่าทางวรรณศิลป์หรือคุณค่าต่อสังคม แต่งานที่เขียนเพื่อสนองความสนุกสนานของตนเองแล้วยังจะหวังคิดชิงรางวัลโดยไม่มีคุณค่าอะไรในตัวเองคงต้องพบความผิดหวัง เป็นแน่ รวมถึงงานที่ขาดความแปลกใหม่ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ประเภทผลิตซ้ำแนวคิดหรืออุดมการณ์ของผู้อื่นโดยไม่เสนอแนวทางของตัวเองด้วยเช่นกัน

๓. โครงเรื่องไม่มีเอกภาพ เรื่องที่โครงเรื่องขาดความต่อเนื่อง ไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อาจจะขาดเป็นท่อนๆ สับสนเรียงลำดับไม่ต่อเนื่องโดยไม่พบเจตนา หรือเรื่อยๆเฉื่อยๆขาดประเด็นหลักที่ต้องการนำเสนอ จะถูกคัดออกจากการพิจารณารางวัลเป็นอันดับต้นๆ

๔. ภาษาไม่เหมาะสม การใช้คำในบทสนทนาไม่เหมาะสมกับระดับของตัวละครหรือใช้ระดับของภาษาบรรยายไม่ตรงกับบรรยากาศของเรื่อง แม้คำหยาบหรือภาษาวิบัติอาจใช้ได้หากปูพื้นตัวละครให้มีบุคลิกเช่นนั้นมาก่อนแต่ถ้าสักแต่ยัดคำพูดแสดงอารมณ์ คำอุทาน หรือเสียงประกอบพร่ำเพรื่อ ก็อาจถูกตัดออกในขั้นตอนการพิจารณาได้

๕. ไม่สนุก น่าเบื่อ แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของเรื่องแต่ง(Fiction) คือความสนุกสนานแก่ผู้อ่าน แม้ว่างานเขียนหนึ่งๆจะถึงพร้อมด้วยคุณค่า เรื่องมีเอกภาพ ภาษาสวยงามเหมาะสม และเป็นงานต้นฉบับไม่ลอกเลียนใคร แต่หากกรรมการอ่านแล้วไม่มีความน่าสนใจหรือดึงดูดใจ น่าเบื่อ ก็จะไม่ได้รับการพิจารณา ข้อนี้พึงสังเกตว่ารสนิยมของกรรมการในแต่ละเวทีแตกต่างกัน หากสนใจส่งผลงานเข้าประกวดก็สมควรศึกษาคณะกรรมการของรางวัลนั้นๆว่า ถนัดวิจารณ์หรือชมชอบงานเขียนแนวใด เพื่อตัดสินใจเลือกผลงานที่ดีที่สุดในแนวนั้นส่งประกวด หรือหลีกเลี่ยงรางวัลที่เป็นแนวทางที่ตนเองไม่ชอบหรือไม่ถนัดนั่นเอง

๕ ลักษณะผลงานที่ “ควรรับรางวัล”

๑. ภาษาถูกต้อง เหมาะสม หากจะชิงรางวัลแล้ว งานเขียนที่ใช้ระดับภาษาเหมาะสมและสะกดคำถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ย่อมมีเปรียบงานเขียนที่จงใจล้อเล่นกับภาษา หรือมีแนวทางการเขียนเพื่อแสดงเอกลักษณ์แปลกออกไปจากมาตรฐาน ซึ่งสมควรจะนำเสนอในสื่อทางเลือกอื่นๆมากกว่า ส่วนงานบทกวีที่มีฉันทลักษณ์กำกับก็ควรเลือกใช้ให้ถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน

๒. มีคุณค่าทั้งทางวรรณศิลป์และคุณค่าต่อสังคม ไม่ขัดศีลธรรมจรรยาอันดี และมีแนวคิดที่ทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นปรัชญา สะท้อนสังคม หรือนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างมีวรรณศิลป์ด้วยศิลปะการใช้ภาษาที่เฉียบคม มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆไม่ซ้ำแนวคิดเดิมๆ

๓. อ่านสนุก อยากอ่านซ้ำอีก งานเขียนที่มีลูกเล่น หรือความลุ่มลึกเพียงพอที่ต้องอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก มีจุดประทับใจที่โดดเด่น เช่น ความขัดแย้งในแนวคิดหรือการกระทำอย่างซับซ้อน ตัวละครที่เหมือนจริง มีแนวคิดร่วมสมัยที่ปรับใช้ได้เป็นสากลลักษณะ ไม่ติดอยู่กับเหตุการณ์เฉพาะตามช่วงเวลา เช่นหากจะเขียนเรื่องสะท้อนสังคมการเมืองก็ไม่ควรมุ่งเสียดสียั่วล้อเฉพาะเหตุการณ์สั้นๆ แต่ต้องสะท้อนถึงภาพรวมอย่างแตกฉาน และอ่านขาด มิใช่มองแต่มุมเดียว เป็นต้น งานที่ท้าทายกาลเวลาและอยู่ทนทานต่อยุคสมัยจะปรากฏค่าของตนเองต่อสายตากรรมการได้ง่าย

๔. มีเอกภาพ ไม่สับสน การเรียงลำดับเหตุการณ์ต้องตรงกับเจตนาการนำเสนอ อาจตัดฉากไปมาได้แต่ต้องเข้าใจง่าย เนื้อความกลมกลืนกันเป็นเนื้อเดียว สัมพันธ์กันอย่างรื่นไหลไม่สะดุด เนื้อหาไม่ทิ้งข้อสงสัยหรือจุดบอดไว้เกินความจำเป็นและจบเรื่องด้วยความประทับใจ

๕. ถูกต้องตรงเป้าหมาย หากส่งนิยายรักไปชิงรางวัลพานแว่นฟ้า นิยายการเมืองเข้มข้นชิงรางวัลทมยันตี บทกวีหวานแหววชิงรางวัลนายอินทร์อวอร์ด หรือเรื่องสั้นจิตหลุดชิงรางวัลเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ของสวทช. คงหลุดตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกรอบแรก การเลือกแนวผลงานให้ตรงกับแนวรางวัลเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของผู้ต้องการส่งผลงานประกวด หากไม่แน่ใจว่าแนวผลงานของตนเองตรงกับที่รางวัลนั้นจัดประกวดหรือไม่ควรสอบถามกองประกวดรับผลงานก่อนส่ง เพื่อไม่ให้ท่านเสียเวลาและโอกาสโดยเปล่าประโยชน์

แม้ว่าการส่งงานเขียนประกวดอาจถูกค่อนขอดจากนักเขียนบางกลุ่มว่า เป็นการล่ารางวัล ปิดกั้นจินตนาการ หรือแม้แต่กล่าวหาว่าเป็นเครื่องจักรเขียนตามใบสั่งหวังรางวัล แต่สำหรับงานเขียนบางแนวที่ตลาดไม่นิยมนัก เช่นกวีนิพนธ์ สารคดี งานเขียนสะท้อนสังคม เวทีรางวัลก็ยังเป็นหนทางแคบๆที่ทำให้คนรักงานเขียนยืนอยู่อย่างสง่างามบนถนนนักเขียนสายนี้ เจ้าของบล็อกขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านและขอให้นักเขียนทุกท่านที่คิดส่งงานเข้าประกวดชิงรางวัลผลิตผลงานดีๆ และประสบความสำเร็จตามคุณภาพของตนอย่างงดงาม

Comment

Comment:

Tweet

คงต้องเขียนจากใจ แล้วก็ไม่ต้องหวังรางวัลค่ะ เพราะไม่มีทางที่จะแข่งใครได้

#14 By Memo on 2012-05-02 10:37

อยากเขียนบ้างจัง

Hot! Hot! Hot!

#13 By Cocoaharry_Demmy on 2009-04-17 01:12

อืมมมม ~~~
ไม่เคยเขียนส่งอย่างนี้เลยอ่ะค่ะ
แต่อยากลองเหมือนกัน
ขอบคุณที่เอาอะไรดี ๆ มาให้อ่านนะคะ

#12 By ||||พอวอ*|||| on 2007-12-23 13:13

Hot!

ป.ล. ซีไรต์ สะกด ต.เต่าการันต์นะครับ big smile

#11 By manop on 2007-12-23 10:53

รู้สึกว่าถ้าบังคับเขียน หรือตั้งใจเขียนจะออกมาห่วยทุกทีเลยค่ะ

ต้องแบบชิลล์ๆ อยากเขียนเมื่ไหร่ก็เขียน พอมีอะไรผุดออกมาจากหัวก็เขียน

แต่นับถือนักเขียนพวกที่ออกหนังสือทุกปี ปีละหลายๆ เล่มจริงๆ นะคะ คือเขียนอะไรได้มากมายขนาดนั้น

#10 By ~ Fan of the Hollywood ~ on 2007-12-23 10:39

ขอบคุณทุกท่านที่แสดงความคิดเห็นครับ
เรื่องไม่เขียนตามใบสั่งหวังรางวัลนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญมาก

แน่นอนว่างานที่ผลิตจากใจ ย่อมมีคุณภาพกว่างานที่สักแต่เขียนไปให้เสร็จ ให้ตรงเป้าหมาย

แต่หากจะเลือกงานเขียนที่เขียนด้วยใจชิงรางวัลแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงกรอบกติกาของรางวัลนั้น ก็เท่านั้นเองครับ
Hot!

สาระมากค่ะ ^^

#8 By ต้นปาล์ม on 2007-12-22 19:45

เอาไปใช้กับเรื่องอื่นได้นะเนี่ย Hot!

#7 By Lullaby-Nocturne on 2007-12-22 15:49

บทความน่าสนใจดีนะครับ

#6 By นายฉิม on 2007-12-22 15:14

เขียนด้วยหัวใจ ...

นั้นคือสิ่งที่ทำเสมอมา

#5 By Joey_kung on 2007-12-22 14:47

อยากเพิ่มเติมอีกสักข้อ "อย่าพยายามเขียนเอาใจกรรมการมากเกินไป" หรือที่ว่า "เขียนตามใบสั่งหวังรางวัล" นั่นแหละ แล้วส่งเข้าประกวดมากี่คนกี่คนก็เรื่องโทนเดียวกัน ฟีลเดียวกันเป๊ะเลย สงสารกรรมการที่ต้องอ่านบ้างเถอะนะ คุณเขียนเรื่องเดียว แต่กรรมการต้องอ่านเป็นสิบเรื่อง เบื่อแทบกระอักเอาเหมือนกัน

อยากให้ผู้ที่เขียนงานส่งเข้าประกวดเขียนอะไรที่แสดงตัวตนของตัวผู้เขียนเองบ้าง ไม่ใช่เขียนแต่สิ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่เขาพูดกันว่าดี เขียนงานส่งประกวดไม่ใช่เขียนรายงานส่งครูนะคะ เชื่อว่าทุกคนที่ตั้งใจเขียนประกวดก็คงตั้งใจเต็มที่อยู่แล้ว ลองพยายามคิดให้กว้างขึ้น อย่ายึดติดกับกรอบให้มากนัก ขอเป็นกำลังใจให้ผู้รักการเขียนทุกท่านสร้างสรรค์ผลงานดีๆ น่าสนใจออกมาให้ได้อ่านกันค่ะ

#4 By Liebestraum on 2007-12-22 12:54

Hot!

#3 By ดาวถัดมา on 2007-12-22 10:36

ไม่เคยเขียนส่งสักที ไม่ใช่ดูถูก เพียงแต่ไม่อยากส่ง (ฮา) เหตุผลไรของมันวะ
เหมือนมีอุปสรรคทำให้ส่งไม่สำเร็จหลายครั้งล่วย เลยเขียนไปเรื่อยๆ สบายใจกว่า ไว้อยากจริงๆ ค่อยเขียนอีกที (ชิลไปแล้ว)

#2 By เมพหมี shakri on 2007-12-22 08:59

ผมเขียนจากหัวใจ
หัวใจสีขาวของผมคงน่ารักสำหรับทุกกรณีนะคับ