ตุลาคม ออกพรรษากรานกฐิน ยินเสียงลมหนาวแผ่วพัด จัดแข่งเรือเฮฮา

เมื่อถึงปลายเดือนตุลาก็เข้าสู่ฤดูออกพรรษา ลมฝนที่พัดมาตลอดฤดูฝนก็เริ่มลาหายไป
ลมหนาวเดือนตุลาโบราณเรียกว่าลมว่าว หรือลมข้าวเบาพัดหวิวไหวเย็น ล้อเล่นยอดข้าวในนาที่เริ่มออกรวง สนามหลวงเริ่มคลาคล่ำไปด้วยพ่อค้าขายว่าวสารพัดชนิด ทั้งว่าวโบราณอย่างว่าวจุฬา ปักเป้า หรือแม้แต่ว่าวรูปร่างสมัยใหม่เช่นว่าวรูปไอ้มดแดง ตามตลาดต่างจังหวัดก็เริ่มมีข้าวเม่าใหม่สีเขียวอ่อนนุ่มขาย คลุกกินกับมะพร้าวขูดได้อร่อยนัก

ถ้าใครเดินทางโดยใช้เรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าพระจันทร์ไปศิริราชเพื่อถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในช่วงนี้ คงจะมีบางวันที่เห็นกระบวนเรือพระราชพิธีซ้อมฝีพายในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบพระราชพิธีเสด็จพระราชกุศลทอดผ้าพระกฐินหลวงเฉลิมฉลองมหามงคลวโรกาสเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษากันบ้าง

ประเพณีทอดกฐินนั้นเป็นประเพณีเก่าแก่ของประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ กระทำกันตั้งแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินจนถึงไพร่ฟ้าสามัญชน ดังปรากฏหลักฐานบนศิลาจารึกหลักที่ ๑ ตอนหนึ่งว่า

“คนในเมืองสุโขไทนี๋ มกกทาน มกกทรงศีล มกกโอยทาน พ่อขุนรามคํแหงเจ๋าเมืองสุโขไทนี๋ ท๋งงชาวแม่ชาวเจ๋า ท่วยป่ววท่วยนาง ลูกเจ๋าลูกขุนท๋งงสิ๋นท๋งงหลาย ท๋งงผู๋ชายผู๋ญีง ฝูงท่วยมีสรธาในพระพุทธศาสนทรงสีลเมื่อพรนษาทุกคน เมื่อโอกพรนษากรานกถิน เดือนณึ่งจิ่งแล๋ว เมื่อกรานกถินมีพนมเบี๋ย มีพนมหมาก มีพนมดอกไม๋ มีหมอนน่งงหมอนโนน บริพารกถินโอยทานแล๋ปีแล๋ญิบล๋านไปสูตญัติกฐินเถืงอรญญิกพู๋น เมื่อจกกเข๋ามาวยงรยงแต่อรญญิกพู๋นเท่าหววลานดดํบงคํด๋วยสยงพาดสยงพีนสยงเลื๋อนสยงขับ ใครจกกมกกเหล๋นเหล๋น ใครจกกมกกหวว หววใครจกกมกกเลื๋อน เลื๋อน”

(ศิลาจารึกหลักที่ ๑ จากการถอดความของกรมศิลปากร
ถอดอักขระตามการสะกดเดิม การเน้นตัวหนาตัวเอนเป็นของผู้เขียน)

การทอดผ้ากฐินนั้นเป็นประเพณีสำคัญหนึ่งในพระพุทธศาสนา คำว่า “กฐิน” หากจะแปลตามตัวอักษรก็แปลได้ว่า “สะดึง” หรือกรอบไม้ขึงเย็บผ้า สมัยก่อนไม่มีเครื่องจักรเย็บผ้ามาเย็บจีวรสำเร็จรูปก็ต้องปักผ้าเย็บผ้าโดยใช้สะดึงขึงให้ตึงก่อนจึงนำไปถวายหรือ “ทอด”(วาง) ให้พระภิกษุสงฆ์รับหรือ “กราน”กฐิน การทอดผ้ากฐินนั้นกระทำได้หลังจากออกพรรษาหนึ่งเดือน คือตั้งแต่แรมหนึ่งค่ำเดือนสิบ ถึงขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ด เป็นกาลทานหรือทานตามกาลฤดูที่ถือว่ามีผลานิสงส์สูงยิ่ง หากกระทำนอกฤดูกฐินนี้ก็จะเป็นเพียง “ผ้าป่า”เท่านั้น

ประเพณีกฐินในไทยแบ่งออกเป็นสองประเภท คือกฐินหลวง และกฐินราษฎร์ กฐินหลวงเป็นพระราชพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานผ้าพระกฐินไปทอดถวายตามพระอารามหลวงชั้นต่างๆ ไม่ว่าจะเสด็จไปด้วยพระองค์เองทางสถลมารค(ทางรถ) หรือชลมารค(ทางเรือ) ดังบันทึกในพระราชพงศาวดารครั้งกรุงศรีอยุธยาจนถึงงานพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินสถลมารคและพยุหยาตราชลมารคในรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งทรงรื้อฟื้นคืนมาเมื่อครั้งเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๒๕ และกำลังจะจัดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปีนี้ หรือมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จแทนพระองค์เพื่อถวายผ้าพระกฐิน หรือพระราชทานให้กระทรวงทบวงกรมต่างๆเป็นผู้ถวายผ้าพระกฐินในพระบรมราชูปถัมภ์ก็มี

ส่วนกฐินราษฎร์นั้นก็จัดตามวัดราษฎร์ในเขตชุมชนอันราษฎรผู้มีจิตศรัทธาจะตั้งกองกฐินเป็นส่วนตัวก็ได้ หรือจัดร่วมกันเป็นกฐินสามัคคีก็ได้ เมื่อจัดกฐินแล้วก็ต้องปิดป้ายบอกกล่าวว่าวัดนี้วัดนั้นจะมีกองกฐินไปถวายในปีหนึ่งๆแล้ว เนื่องจากวัดหนึ่งๆจะรับกฐินได้เพียงกองเดียวตามบัญญัติพระวินัย เรียกว่า “จองกฐิน” เป็นงานใหญ่ชนิดปิดหมู่บ้านเลี้ยงทำบุญกันปีละครั้งเลยทีเดียว หลังๆมาเกิดค่านิยมแปลกๆที่เหล่าไฮโซเมืองกรุงไปเที่ยวหาวัดตามต่างจังหวัดเพื่อทอดกฐิน แล้วจองกฐินกันไว้อวดร่ำอวดรวยล่วงหน้า หรือแจกซองกฐินตามหน่วยงานราชการต่างๆที่ตนเองมีอำนาจอยู่ ก่อทั้งความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นๆที่ไม่มีวัดรับกฐินของชาวบ้านเอง ทั้งหน่วยงานต่างๆที่ต้องลำบากหายอดมาใส่ “ซอง” กฐินให้เจ้านายท่านๆทั้งหลาย จนมีนิยายและเรื่องสั้นประชดประชันกฐินเจ้านายเหล่านั้นส่งมาตามนิตยสารอย่าง “บางกอก” หรือ “สกุลไทย” ให้อ่านกันไม่หวาดไม่ไหว นัยว่าพอเจ้าอาวาสรู้ข่าวกฐินไฮโซ ก็เตรียมก่อสร้างโบสถ์วิหารศาลาใหม่ใหญ่โตให้โก้รับกฐิน และหวังจะได้เลื่อนตำแหน่งรับตาลปัตรพัดยศบ้าง เซ็นเงินร้านวัสดุก่อสร้างมาเต็มที่ พอเสร็จกฐินกลับได้เงินน้อยนิดเดียวเนื่องว่าเขาเหล่านั้นซุกเงินกฐินเข้าพกเข้าห่อตัวเองเสียแล้วตามคติ “วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง” เถรเจ้าอาวาสจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากแบกหนี้ท่วมรอกฐินชาวบ้านปีถัดไปมาใช้หนี้เท่านั้น

มีกฐินประเภทหนึ่งที่นับถือกันว่าได้บุญมาก แต่ก็วุ่นวายมาก เรียกว่าจุลกฐิน จุลกฐินคือกฐินที่ทำผ้ากฐิน ตั้งแต่เก็บฝ้ายมาปั่น กรอ ทอ ย้อมสี เย็บเป็นจีวรผ้ากฐิน ถึงถวายกฐินภายในวันเดียว ใช้กำลังแรงงานคนจำนวนมากอย่างเร่งด่วนที่สุด ยุ่งที่สุดจนมีสำนวนกล่าวขวัญถึงว่า “วุ่นเป็นจุลกฐิน” ทางภาคอีสานเรียกอีกอย่างว่า “กฐินกัณฑ์หลอน” เนื่องจากทำทุกอย่างเสร็จในวันเดียวจนพระหลอน (งุนงงตกใจ)

เกร็ดเกี่ยวกับงานกฐินที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง คือธงราวที่อยู่ท้ายเรือหรือรถตั้งกองกฐิน จะเป็นธงประดับรูปเงือก ปลา จระเข้ และน้ำวน เรื่องนี้ปรากฏในมิลินทปัญหา ตอนที่ ๒๕ วรรค ๔ ปัญหาที่ ๓ เรื่องภัยจากตัวเองว่าภัยภายนอกอันได้แก่โจรภัย ราชภัย เวรภัย ทุพภิกขภัย อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ก็ไม่เท่าภัยอันเกิดแต่ในตน เปรียบได้กับภัย ๔ อย่างในความเพียรข้ามทะเลทุกข์วัฏฏสงสาร อันได้แก่ อุมมิภัยคือลูกคลื่น คือการดื้อดึงไม่เชื่อกรรมวิบากบาปบุญคุณโทษ กุมภีลภัยคือภัยจระเข้ คือความละโมบเห็นแก่ปากท้องการหลับนอน อาวัฏฏภัยคือภัยน้ำวน คือการหลงในกามรสรูปรสกลิ่นเสียง สุสุกาภัยคือภัยปลาร้าย คือเพศตรงข้ามที่ต้องสำรวมมีสติเมื่อติดต่อพบหากัน การติดธงนี้ไว้บนเรือหรือรถตั้งกองกฐิน ก็เพื่อเตือนใจผู้ถวายกฐินให้ระมัดระวังตนหากจะแสวงหาพุทธภูมิข้ามทะเลโอฆสงสารสู่พระนิพพาน

เมื่อทอดกฐินถวายเสร็จแล้ว ก็มักจะมีการแข่งเรือเพื่อผ่อนคลายจิตใจจากงานการเกษตรที่ทำมาทั้งปี อีกทั้งเป็นการทำนายว่าฤดูเก็บเกี่ยวจะได้ผลดีหรือไม่ แม้แต่สมัยอยุธยาก็ยังมีพระราชพิธีแข่งเรือเสี่ยงทายในราชสำนัก ให้เรือของพระมหากษัตริย์คือเรือสมรรถชัย แข่งกับเรือพระมเหสีคือเรือไกรสรมุข และก็จะยอมให้เรือไกรสรมุขชนะเพื่อทำนายว่าข้าวปลาอาหารจะบริบูรณ์ดี ส่วนชาวบ้านตามลุ่มน้ำต่างๆก็จัดแข่งเรือกันสนุกสนาน มีเดิมพันติดปลายฝีพายบ้างพอเฮฮา


นอกจากงานกฐินแล้ว ในช่วงออกพรรษายังมีประเพณีตามท้องถิ่นอื่นๆที่น่าสนใจมากมาย ที่อุทัยธานีมีประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ที่ปทุมธานีมีประเพณีตักบาตรดอกบัว ที่สุราษฎร์ธานีมีประเพณีชักพระ ผู้ใดสนใจก็ลองค้นหาตามห้องสมุดหรือเปิดกูเกิลตามสะดวกได้

เข้าปลายฝนต้นหนาวฤดูกฐินปีนี้ ขออนุโมทนาบุญทุกท่านในงานบุญงานกุศลที่ได้ทำดีแล้ว และอย่าลืมว่า กฐินที่เมาเหล้าคือกฐินบาป บ้านไหนวัดไหนตั้งกองกฐินก็ช่วยระมัดระวังแอบเทเหล้าทิ้งเอาน้ำชากรอกใส่แทนหน่อยก็แล้วกัน


อ้างอิง

มิลินทปัญหา ตอนที่ ๒๕ วรรค ๔ ปัญหาที่ ๓
ศิลาจารึกหลักที่ ๑ จาก http://www.olddreamz.com/inscript/sukhothai1.html
หนังสือประเพณีไทยฉบับพระมหาราชครู จาก http://www.watwashington.org/Kathin/Kathin's%20bioTh.htm
http://www.navy.mi.th/nc/bc/navyinfo/newwave/barge1.html
_________________

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ที่อุทัยแข่งเรือกันไปเมื่อกลางวัน...
ส่วนเรายังไม่ได้ไปทำบุญออกพรรษาที่ไหน
กะว่าจะไปทอดกฐินวัดข้างบ้าน..
แล้วท่านล่ะ...ออกพรรษานี้ไปไหน?
big smile
ขอบคุณ มาก ๆ ค่ะ เป็นความรู้ใหม่เลย confused smile
...เพื่อนหนูที่จะไปทอดกฐินเค้าก็ว่าจะเอาบุญมาฝาก surprised smile

#2 By ire_u on 2007-10-26 23:59

พักนี้ทอดกฐินเยอะจัง

#3 By My Goddy on 2007-10-27 01:24

บลอคเทร่าซัง ทำไม font มันออกนอกบลอคไปอย่างงั้นอ่ะ =="
ขอบอกว่า ลิแทจะไม่เคยไปพวกงานบุญเลยค่ะ ==" ...เป็นคนบาปสินะเนี่ย
ส่วนใหญ่ถ้าจะทำบุญ ก็มักจะทำกับคนด้อยโอกาสมากกว่าตั้งใจไปทำงานบุญตรงๆน่ะsad smile

#4 By หนูพุก on 2007-10-28 16:17

ไปทำบุญมาแล้วอ่ะ..วันที่ 11นี้จะไปทอดกฐินอีกครั้งว๊ธ 55 ได้บุญๆbig smile

#5 By NuRsEKinGDoM on 2007-10-28 18:22