กันยายน เดือนแห่งการชมจันทร์ชิมขนม

เมื่อลมมรสุมเริ่มอ่อนกำลังลงในเดือนกันยายน สีของใบไม้ก็เริ่มเปลี่ยนไป ฟ้าที่เคยครึ้มด้วยเมฆฝนก็โปร่งชัด ปุยเมฆขาวยกตัว ฟ้าดูสูงขึ้นจากเดิม ยามค่ำคืนที่ดวงดาวพร่างพราวเต็มฟากฟ้า ดวงจันทร์ส่องจ้ากระจ่างชัดกว่าทั้งปีในคืนกลางฤดูใบไม้ร่วงของเดือนกันยายน เป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนและญี่ปุ่นเริ่มเทศกาลไหว้พระจันทร์และชมจันทร์

ชาวจีนนับการไหว้พระจันทร์เป็นการไหว้ครั้งที่ ๖ จากการไหว้ ๘ ครั้งประจำปี เรียกว่าตงชิวโจ่ย หรือ ไหว้สารทใบไม้ร่วง บ้างก็ว่าสืบเนื่องมาจากประเพณีการไหว้พระจันทร์ของราชสำนัก ที่จะไหว้พระอาทิตย์ในวันวสันตวิษุวัต(Spring Equinox : วันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน)กลางฤดูใบไม้ผลิ และไหว้พระจันทร์ในวันสารทวิษุวัต(Autumn Equinox) บ้างก็อ้างตำนานสมัยบรรพกาลว่า ครั้งมีพระอาทิตย์เจ็ดดวงเกิดภัยพิบัติให้เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า นายพรานผู้กล้าจึงยิงธนูดับดวงอาทิตย์ไปหกดวงถือเป็นวีรบุรุษ พระแม่ตะวันตกหรือซีหวังมู่พระราชทานยาวิเศษเพื่อให้นายพรานแบ่งกับภรรยา กินแล้วเป็นอมตเทพ แต่นายพรานคิดนอกใจ ภรรยาจึงลักเอายาวิเศษกินคนเดียวทั้งลูก ลอยขึ้นไปอยู่ที่พระราชวังบนดวงจันทร์ ขนานนามว่าเทวีดวงจันทร์ฉางเอ๋อร์


กระจกลายจันทรเทวี ฉางเอ๋อร์


ชาวจีนถือว่าพระจันทร์เป็นเพศหญิง การไหว้พระจันทร์ของชาวจีนจึงไหว้ขนมของหวานชนิดต่างๆ ทั้งขนมเปี๊ยะลูกใหญ่ไส้หนา ขนมโก๋สีขาวทำจากแป้งและน้ำตาล อาหารเจ ดอกไม้ชนิดต่างๆ และเอาต้นอ้อยสองต้นมาทำเป็นซุ้มไหว้ บางบ้านถึงกับเอาชุดเครื่องสำอาง เสื้อผ้าผู้หญิงไหว้ไปพร้อมกัน มีเกร็ดเล่าเกี่ยวกับตำนานขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ว่า เดิมคนจีนไหว้พระจันทร์เพียงแค่ขนมโก๋ หรือขนมน้ำตาลลูกเล็กๆ แต่เมื่อถึงสมัยมองโกลรุกรานจีน กดขี่ข่มเหง แม้แต่มีดทำครัวเล่มเดียวยังให้ใช้กันสิบครอบครัว มีกลุ่มผู้คิดกอบกู้ชาติใช้ประเพณีไหว้พระจันทร์นัดแนะการลุกขึ้นสู้ โดยสอดไส้สารติดต่อเรื่องการกบฏในไส้ขนมเปี๊ยะที่ทำให้ใหญ่ขึ้น จนสุดท้ายชาวจีนใช้มีดทำครัวที่ทหารมองโกลแบ่งให้ใช้ร่วมกันฆ่าทัพมองโกล ประกาศตัวเป็นเอกราชสำเร็จ

ขนมไหว้พระจันทร์สมัยนี้คงไม่เกี่ยวกับการกู้ชาติกู้แผ่นดิน หรือแม้แต่การไหว้พระจันทร์อีกต่อไป เมื่อห้างร้านต่างๆ ต่างขยันทำโฆษณาขายขนมสารพัดไส้ ตั้งแต่ไส้แบบโบราณเก่าแก่อย่างลูกบัว หรือโหงวยิ้ง ไส้ทุเรียนมีตั้งแต่หมอนทอง ไข่เดี่ยว ไข่คู่ แถมด้วยไส้ใหม่ๆสุดจะสรรหา แม้แต่ร้านสาขาของฝรั่งอย่างสตาร์บัคส์ยังลงมาชิงตลาดขนมไหว้พระจันทร์กับเขาด้วย เอาเป็นว่าขนมไหว้พระจันทร์สมัยนี้ กินดีกินอร่อยพอก็แล้วกัน



ปีนี้วันไหว้พระจันทร์ ตรงกับวันที่ ๒๔ กันยายน ส่วนตระกูลผู้เขียนนั้น เลิกไหว้พระจันทร์ตั้งแต่ครั้งที่ยานอพอลโล ๑๑ ลงจอดบนดวงจันทร์เมื่อปี ๒๕๑๒ แล้ว ด้วยว่าอากงของผู้เขียนประกาศลั่นว่า อั๊วไม่ยอมไหว้รอยตีนพวกอั้งม้อ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

ส่วนเทศกาลชมจันทร์ของชาวญี่ปุ่นนั้นแตกต่างออกไป เทศกาลชมจันทร์(Otsukimi) พัฒนามาจากประเพณีลัทธิชินโตเพื่อขอพรจากจันทรเทพสึคุโยมิ ให้ผลผลิตออกมาอุดมสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ร่วง ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคมุโรมาจิ และยุคเอโดะ ประเพณีชมจันทร์กลายมาเป็นงานรื่นเริงประจำครัวเรือนและท้องถิ่น โดยจัดขนมดังโหงะ(ขนมแป้งต้มใส่ไส้) ผลไม้และของป่าประจำฤดูใบไม้ร่วงเช่น ลูกพลับ เกาลัด มันเผา บนโต๊ะไม้เตี้ยๆเรียกว่าซัมโบ ประดับด้วยหญ้าและดอกไม้ฤดูใบไม้ร่วงเช่น หญ้าสึสึกิ ดอกคิเคียว ดอกฮางิ ชมจันทร์ กินขนมพร้อมเล่านิทานที่เกี่ยวกับดวงจันทร์ เช่นเรื่องกระต่ายขาวแห่งอินาบะ ทาเคโทริโมโนะกาตาริ หรือเรื่องเจ้าหญิงคางุยะ ขับเพลง เดตะ เดตะ สึคิ งะ(ดูนั่น ดูนั่น ดวงจันทร์โผล่ขึ้นขอบฟ้า หรือร่ายบทกวีไฮกุ หรือวากะ ที่บรรยายความงามของคืนจันทร์กระจ่างฟ้า


ภาพวาดการชมจันทร์


หนังสือนิทาน คางุยะฮิเมะ

ปัจจุบันเทศกาลชมจันทร์ของญี่ปุ่นก็คล้ายกับการไหว้พระจันทร์ของชาวจีน คือกลายเป็นเทศกาลที่นำขนมต่างๆที่เคยใช้ไหว้พระจันทร์และปรุงขึ้นในครัวเรือน มาบรรจุหีบห่อโฆษณาขายเชิงพาณิชย์ ฉากการชมจันทร์ตามชนบทของหมู่บ้านเกษตรกรรม ที่มีปู่ย่า พ่อแม่และลูกๆนั่งพร้อมหน้าอยู่ริมชานเรือน นั่งชมพระจันทร์กินขนมดังโหงะ ประดับหญ้าสึสึคิ เป็นเพียงสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงในภาพวาดแบบญี่ปุ่น หรือสป็อตโฆษณา อาจเพราะการพัฒนาวิทยาศาสตร์อวกาศที่ลบล้างความลี้ลับของดวงจันทร์และดวงดาวไปเสียสิ้น

จากวันคืนที่ดวงจันทร์อยู่สุดฟ้าแสนไกล จนถึงโลกปัจจุบันที่ใครมีเงินก็อาจไปเหยียบดวงจันทร์ได้ง่ายๆ ประเพณีไหว้พระจันทร์หรือเทศกาลชมจันทร์จะยังอยู่คู่วัฒนธรรมไปได้สักเพียงไหน คงต้องติดตามดูกันต่อไปจนถึงที่สุด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เพิ่งสังเกตว่าคุณเทราสเฟียร์ไล่ทำสารคดีกะให้ครบทุกเดือน

จริงๆ แล้วไม่อยากให้การเข้ามาของวิทยาศาสตร์ ไปลดคุณค่าของเทศกาลพวกนี้เลยนะ โดยส่วนตัวก็ไม่คิดว่าจะเกี่ยวกันด้วย

ส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์เพื่อการศึกษาก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติก็ยังคงงดงามและมหัศจรรย์อยู่เช่นเดิม และการนั่งชมความงามแห่งธรรมชาตินั้น ก็ไม่ได้ขัดแย้งกับสาระของวิทยาศาสตร์แต่อย่างใดครับ
อึ่มม ว่าแต่เทศกาลชมจันทร์ของญี่ปุ่นไม่ได้จัดอยู่ในทศกาล 1 3 5 7 อะไรพวกนี้เหรอครับ? เพราะนอกจาก 1 3 5 7 แล้วผมจะจำพวกเทศกาลอื่นๆ ในญี่ปุ่นไม่ได้เลย ฮาๆ

พึ่งรู้ว่าฉางเอ๋อเป็นภรรยาของโหวอี้ *0*~~

ว่าแต่อากงของเทร่านี่ สุดยอดจริงๆ ครับ + +d

#2 By Prince Ame on 2007-09-05 02:36

ไส้ทุเรียนไข่เค็ม อยากกินแล้ว
แล้วสรุปว่าอเมกามันไปเหยียบดวงจันจริงๆยังเนี่ย??
ฉางเอ๋อชื่อคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินในไซอิ๋ว หุหุ

#4 By † A k ! r a † on 2007-09-05 12:16

ครอบครัวของเทร่าซังเลิกไหว้พระจันทร์ได้เด็ดขาดมากเลยนะครับ

จะว่าไป เดี๋ยวนี้เหมือนซื้อขนมไหว้พระจัมทร์มาเพื่อไว้ทานเองยังไงชอบกลนะ แต่มันก็อร่อย(และแพง)ล่ะ

อยากกินไส้ลูกบัว....

#5 By 「Mysteryくん」 on 2007-09-05 17:49

อยากนั่งชมจันทร์
กินขนมไหว้พระจันทร์
กับใครสักคนนนน


ปล.อ่านtagแล้วน่ะ...คิดว่าจะไม่ตอกเสียอีก55+