สิงหาคม เมื่อโลกรับรู้พลานุภาพแห่งอาวุธปรมาณูและความหวังของกระเรียนพันตัว

วันทื่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นสร้างความฮือฮาให้วงการการเมืองโลก เมื่อแต่งตั้งนางยูริโกะ โคอิเกะ เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหญิงคนแรกของญี่ปุ่นอย่างพลิกความคาดหมาย สาเหตุเพราะรัฐมนตรีกลาโหมคนเก่า นายฟูมิโอะ คิวมะซึ่งเป็นรัฐมนตรีกลาโหมคนแรกของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งระบุว่า เขาเข้าใจดีว่าการที่สหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 เป็นเพราะสหรัฐต้องการยุติสงคราม เขาไม่รู้สึกเกลียดชังสหรัฐด้วยเหตุนั้น ทำให้เขาถูกโจมตีจากนักการเมืองปีกขวาและองค์กรผู้ประสบภัยนิวเคลียร์จากฮิโรชิมา และนางาซากิ จนต้องลาออกจากตำแหน่งและนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้แต่งตั้งนางโคอิเกะ ที่ปรึกษานายกฯฝ่ายความมั่นคงเข้ามารับหน้าที่แทน

เหตุใดเพียงแค่การกล่าวถึงระเบิดปรมาณูจึงสำคัญถึงขนาดที่กระทบกระเทือนการเมืองในประเทศ
เหตุใดหลายประเทศถูกตรวจสอบเพียงเพราะว่ามีแนวโน้มการพัฒนาอาวุธปรมาณู
เหตุใดประเทศมหาอำนาจจึงต้องแข่งขันกันสะสมอาวุธปรมาณูในช่วงสงครามเย็น และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่คิดกำจัดทำลาย ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นอันตรายต่อสันติภาพของโลกและมนุษยชาติ

ก่อนระเบิดจะแผลงฤทธิ์

เหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูลงที่เมืองฮิโรชิม่า และเมืองนางาซากิ คร่าชีวิตคนรวมกว่า 300,000 คน ทั้งยังมีผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสี ทำให้ประชากรผู้รอดชีวิตต้องทนทุกข์ทรมานอีกกว่า 140,000 คน เกิดขึ้นหลังจากแนวรบฝั่งยุโรปของสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงพร้อมกับการตายของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และการล่มสลายของอาณาจักรไรคช์ที่ 3 สหรัฐอเมริกาก็พร้อมทุ่มสรรพกำลังเข้าสู่สมรภูมิเอเชียแปซิฟิค หลังยุทธนาวีที่มิดเวย์ กองเรือราชนาวีญี่ปุ่นเสียหายอย่างหนัก ทัพเรือสหรัฐมีโอกาสตีโต้ฐานทัพบนเกาะต่างๆกลางมหาสมุทรแปซิฟิค ไม่ว่าจะเป็นที่พาเลา กวม จนถึงที่มั่นสุดท้ายก่อนขึ้นเกาะญี่ปุ่นที่สมรภูมิอิโวจิม่า (ดูเสริมจากภาพยนตร์ Flag of our fathers [2006], Letter from Iwojima [2006] และหนังสือ Flag of our Fathers [สนพ. มติชน, 2548] ) เมื่อทัพสหรัฐบุกยึดเกาะอิโวจิม่าได้แล้ว เครื่องบิน B-29 ติดหัวรบระเบิดนิวเคลียร์ก็มีฐานพร้อมออกบินโดยระยะทำการนั้นไกลถึงกรุงโตเกียว


ภาพการยกธงขึ้นยึดเกาะอิโวจิม่าของนาวิกโยธินสหรัฐ

แมนฮัตตัน โปรเจ็คต์ : กำเนิดระเบิดปรมาณู

ปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์และลีโอ ชีลาร์ด รวมทั้งกลุ่มนักฟิสิกส์ยิวจำนวนหนึ่งซึ่งอพยพมาจากเยอรมัน ได้ยื่นจดหมายถึงประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ ให้เริ่มต้นการพัฒนาอาวุธปรมาณูก่อนที่นาซีเยอรมันจะพัฒนาสำเร็จ โครงการแมนฮัตตันจึงได้เริ่มดำเนินการขึ้น ณ สถานีทดลองลอส อลามอส รัฐนิวเม็กซิโก โดยมีนายพลเลสลี กรูฟส์ เป็นหัวหน้าฝ่ายทหาร และดร.โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ เป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัย โครงการแมนฮัตตันไม่เป็นที่รู้จักอยู่จนกระทั่งมรณกรรมของประธานาธิบดีรูสเวลต์ ประธานาธิบดีคนต่อมาแฮร์รี เอส ทรูแมน สั่งการให้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์เร่งค้นคว้าเพื่อปิดฉากสงครามภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค เพราะเกรงว่าสงครามอาจยืดเยื้อและต้องสูญเสียกำลังพลมากเกินไป หากต้องยกพลขึ้นแผ่นดินญี่ปุ่น

ระเบิดปรมาณูลูกแรกถูกตั้งชื่อว่า Gadget ได้ทดลองระเบิดกลางทะเลทรายในชื่อโครงการ Trinity ที่อลาโมกอร์โค รัฐนิวเม็กซิโก ในวันที่ 16 กรกฎาคม 1945 วัดแรงระเบิดเทียบเท่าระเบิด TNT 20,000 ตัน เป็นสัญญาณบอกให้รัฐบาลสหรัฐทราบว่า อาวุธมหาประลัยที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติพร้อมใช้งานจริงแล้ว


การทดลองระเบิดลูกแรกที่อลาโมกอร์โด ในชื่อโครงการทรินิตี้


สถานการณ์ฝั่งญี่ปุ่น

เมื่อเสียฐานที่มั่นสุดท้าย ณ เกาะอิโวจิม่า ทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นนับว่าหมดหนทางชนะหรือแม้แต่การประนีประนอม ด้วยในประกาศปอตสดัมหลังเยอรมันและอิตาลีพ่ายสงครามในยุโรปและแอฟริกา ได้ระบุถึงการปลดอาวุธญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งกำหนดเส้นตายที่ญี่ปุ่นต้องยอมแพ้อย่างไร้เงื่อนไข เครื่องบินทิ้งระเบิดของอเมริกาได้บินมาทิ้งระเบิดปูพรมถล่มนครหลวงโตเกียว เมืองท่าอุตสาหกรรมเช่น โอซาก้า โกเบ นาโงย่า จนราบเป็นหน้ากลอง แต่รัฐบาลทหารญี่ปุ่นนำโดยนายพลฮิเดกิ โตโจ ก็ยังยืนกรานไม่ยอมแพ้ ประกาศให้ชาวญี่ปุ่นพร้อมรบจนตัวตายดีกว่าจะให้ข้าศึกเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่น กระทั่งเด็กชายวัยเรียน ก็ต้องไปฝึกเป็นยุวชนทหารพร้อมรบ หรือแม้แต่พร้อมระเบิดตัวตายไปกับข้าศึกอเมริกัน และประกาศจะสังหารเชลยศึกจำนวนนับแสนในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทันทีที่กองทัพสหรัฐยกพลขึ้นบกบนเกาะหลักของญี่ปุ่น

6 สิงหาคม 1945 เพลิงพาดฟ้าพวยพุ่งเหนือฮิโรชิม่า

เมื่อหมดทางเลือกอื่นใดเท่าที่จะคิดออก ณ ขณะนั้น ประธานาธิบดีทรูแมนจึงสั่งการให้กองทัพผสม 509 ณ เกาะอิโวจิม่า เตรียมการทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรก โดยเมืองฮิโรชิม่าถูกเลือกเป็นเป้าหมายเนื่องจากเป็นเมืองฐานทัพทหารที่ปราศจากค่ายกักกันเชลยศึก เครื่องบินทิ้งระเบิด B-29 ชื่อ Enola Gay บินขึ้นสู่น่านฟ้าญี่ปุ่นพร้อมเครื่องบินรบคุ้มกัน 2 ลำ

เวลา 8.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นฮิโรชิม่า Enola Gay หย่อนระเบิดที่ตั้งชื่อว่า Little Boy ซึ่งผลิตจากยูเรเนียม 235 จากความสูง 32,000 ฟุต จากนั้นกลุ่มเมฆรูปดอกเห็ดมหึมา พร้อมเปลวไฟสีส้มแดงฉานก็พวยพุ่งขึ้นเหนือท้องฟ้าฮิโรชิมา ประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตทันที ณ ขณะที่ระเบิดทำงานราว 90,000 คน ด้วยพลังทำลายล้างเทียบเท่าระเบิด TNT 13,000 ตัน กินรัศมีวงกว้าง 1.6 กิโลเมตร พื้นที่กว่า 11.4 ตารางกิโลเมตรแหลกสลายเหลือเพียงเถ้าถ่านราบเป็นหน้ากลอง แม้แต่ซากปรักหักพังยังแทบไม่หลงเหลือ


ภาพโดมรูปดอกเห็ด เหนือเมืองฮิโรชิม่า ถ่ายบนพื้นราบ โดยนายเซโซ ยามาดะ


สภาพเมืองฮิโรชิม่า หลังการระเบิด

9 สิงหาคม 1945 โศกนาฏกรรมราวฟ้ากำหนดที่นางาซากิ

แม้จะสูญเสียเมืองไปทั้งเมือง พร้อมทั้งประชากรนับแสนๆคน รัฐบาลทหารญี่ปุ่นก็ยังดึงดันไม่ยอมประกาศแพ้สงครามอย่างไร้เงื่อนไข พร้อมเสนอเงื่อนไขแพ้สงคราม 4 ประการ ได้แก่ การดำรงสถาบันจักรพรรดิ การให้เอกสิทธิ์การปลดอาวุธแก่สำนักพระราชวัง ห้ามกล่าวหาข้าราชการในสมเด็จพระจักรพรรดิเป็นอาชญากรสงคราม และสงวนสิทธิการสืบสวนอาชญากรสงครามแก่รัฐบาลญี่ปุ่น ฝ่ายสัมพันธมิตรพิจารณาเงื่อนไขการยอมแพ้ของญี่ปุ่นอย่างถี่ถ้วน

แต่ 2 นาทีหลังเริ่มวันที่ 9 สิงหาคม เที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่นกรุงโตเกียว กองทัพสหภาพโซเวียตเริ่มบุกเข้ายึดแมนจูเรียและประกาศสงครามกับญี่ปุ่นอีกครั้งหลังลงนามในสัญญาพักรบกันชั่วระยะไม่ถึง 4 วัน รัฐบาลญี่ปุ่นเลิกล้มความพยายามใดๆในการสร้างสันติภาพ หรือยอมรับการพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตัดสินใจเริ่มปฏิบัติการทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 โดยมีเหตุผลเพิ่มคือป้องกันสหภาพโซเวียตบุกยึดญี่ปุ่น เหมือนเช่นคราวที่โซเวียตเข้ายึดกรุงเบอร์ลินได้ก่อน จนต้องแบ่งเยอรมันออกเป็นสองประเทศ

เช้าตรู่วันที่ 9 สิงหาคม เครื่องบิน B-29 ชื่อ Bockscar ประจำกองบิน 393 พร้อมระเบิดปรมาณูชื่อ Fat Man ซึ่งเป็นระเบิดปรมาณูพลูโตเนียม-239 ที่มีอานุภาพรุนแรงกว่าระเบิดที่ทำจากยูเรเนียม-235 อย่าง Little Boy ลอยลำขึ้นจากฐานทัพอิโวจิม่า มุ่งตรงไปสู่เป้าหมายที่เมืองโคคุระ แต่ด้วยทัศนวิสัยที่เลวร้ายเต็มไปด้วยหมอกทำให้เครื่องบิน Bockscar หลงกับเครื่องบินคุ้มกัน ต้องวนเวียนรอจนกว่าจะพบ แต่เมื่อได้รวมฝูงกับเครื่องบินคุ้มกันเชื้อเพลิงก็ไม่เพียงพอต่อการไปถึงเมืองโคคุระ แล้วบินกลับถึงฐานทัพที่อิโวจิม่า ทำให้ต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นการทิ้งระเบิดเมืองนางาซากิ ซึ่งเป็นเป้าหมายชั้นรองเพราะว่านางาซากินั้น เดิมเป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างชาติมานาน มีค่ายกักกันเชลยศึก และชาวญี่ปุ่นที่นับถือคริสต์ศาสนาเป็นจำนวนมาก จึงไม่ได้รับการพิจารณาให้เป็นเป้าหมายแรกๆในการทิ้งระเบิด

เวลา 11.01 น. ตามเวลาท้องถิ่น ระเบิดพลูโตเนียม-239 หนัก 6.4 กิโลกรัม ถูกหย่อนลง ณ เขตอุตสาหกรรมของเมืองนางาซากิ โรงงานอุตสาหกรรมและบ้านเรืองพังทลายราบลงไปพร้อมกับพระเพลิงอุณหภูมิสูงกว่า 7,000 องศาฟาเรนไฮต์ แรงอัดสะเทือนทำให้เกิดพายุความเร็ว 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประชากรชาวเมืองนางาซากิสิ้นชีวิตทันที 70,000 คน ด้วยอำนาจเทียบเท่าระเบิด TNT 21,000 ตัน รัศมีครอบคลุม 1.6 กิโลเมตร ทั้งยังเกิดไฟไหม้ลุกลามไปจนถึงระยะ 3.2 กิโลเมตรจากจุดทิ้งระเบิด


ภาพระเบิดนิวเคลียร์เหนือนางาซากิ

ญี่ปุ่นยอมศิโรราบ

มีบันทึกช่วยจำของนายพลกรูฟส์นำเสนอต่อสภาสงครามสัมพันธมิตรว่า พร้อมที่จะทิ้งระเบิดลูกที่ 3 ลงสู่แผ่นดินญี่ปุ่นต่อไปหากญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข หากแต่พระจักรพรรดิฮิโรฮิโต(โชวะ) มีพระราชกระแสรับสั่งต่อคิโด โคอิจิ สมุหราชองครักษ์ และโตโก ชิเงโนริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่าพระองค์จะประกาศยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข ขอเพียงให้ดำรงสถาบันพระจักรพรรดิ และให้การสืบสายราชสันตติวงศ์เป็นไปตามเดิม

วันที่ 15 สิงหาคม 1945 พระจักรพรรดิฮิโรฮิโต ผู้แป็นเสมือนเทพเจ้าของชาวญี่ปุ่น ผู้สร้าง(หรือถูกสร้าง)ตนเองให้เป็นศูนย์รวมจิดใจของชาวญี่ปุ่นอันมิอาจล่วงละเมิด และต้องพร้อมยอมสละชีพของตนเพื่อพระจักรพรรดิตลอดรัชสมัยที่ผ่านมาของพระองค์ แสดงพระราชดำรัสต่อประชาชนในพระราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกผ่านวิทยุกระจายเสียง มีความตอนหนึ่งเกี่ยวข้องกับระเบิดปรมาณูว่า

บัดนี้ ฝ่ายศัตรูได้ใช้ระเบิดมหาประลัยอันสามารถสังหารผู้บริสุทธิ์ และสร้างความเสียหายอันมิอาจประเมินได้ หากเรายังดึงดันทำสงครามต่อไป ไม่เพียงแต่ชาติของเราจะล่มสลาย แม้แต่อารยธรรมมนุษย์ก็คงต้องล่มสลายไปด้วยพร้อมกัน การยอมรับการพ่ายแพ้ของข้าพเจ้า เป็นการช่วยรักษาชีวิตของประชาราษฎรนับล้าน และเป็นการขอขมาต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษได้ ข้าพเจ้าจึงสั่งให้รัฐบาลของข้าพเจ้ายอมรับการประกาศครั้งนี้

และพระองค์ยังกล่าวถึงการยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ด้วยประโยคอมตะ

จากวันนี้เป็นต้นไป ญี่ปุ่นจำต้องรับความยากลำบากอย่างถึงที่สุด ข้าพเจ้าสลดใจและห่วงใยประชาราษฎร์ของข้าพเจ้า แต่เมื่อโชคชะตาลิขิตมาเช่นนี้ เราจำต้องทนในสิ่งที่มิอาจทนได้ จำต้องยอมรับสิ่งที่มิอาจยอมรับได้ เพื่อสันติภาพสู่อนุชนรุ่นต่อไปนับอีกพันชั่วคน

ถือเป็นการประกาศยอมแพ้สงครามอย่างไม่เป็นทางการของญี่ปุ่นต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ต่อมาได้เรียกวันที่ 15 สิงหาคมว่า V-J Day

ความตายและโรคภัยจากกัมมันตภาพรังสี

เมื่อสิ้นสุดสงคราม ปี 1948 ประธานาธิบดีทรูแมนสั่งตั้งคณะกรรมาธิการผู้ประสบภัยระเบิดปรมาณู เพื่อศึกษาผลกระทบของกัมมันตภาพรังสีต่อผู้รอดชีวิตที่ ฮิโรชิม่า และนางาซากิ ผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์ทั้งสองครั้งถูกเรียกว่า ฮิบะคุฉะ (被爆者) ต้องทนทุกข์ทรมานกับผลกระทบของกัมมันตภาพรังสี ทั้งการเป็นมะเร็งผิวหนัง มะเร็งเม็ดเลือด อวัยวะภายในเสียหาย ความผิดปกติของบุตรในครรภ์ หากจะนับรวมผู้เสียชีวิตจากกัมมันตภาพรังสีภายหลังแล้ว ยอดผู้เสียชีวิตที่ฮิโรชิม่าจะเป็น 242,000 คน และที่นางาซากิเป็น 137,000 คน


สภาพผู้เป็นมะเร็งผิวหนัง ผลจากกัมมันตภาพรังสี



ความหวังหลังไฟสงคราม

มีเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ประสบภัยที่น่าประทับใจจนถูกเล่าขานเป็นตำนานรู้จักกันทั่วโลกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องของซาดาโกะกับกระเรียนพันตัว ซาดาโกะ ซาซากิ นั้นอายุเพียง 2 ขวบเมื่อ Little Boy ถูกหย่อนลงสู่ฮิโรชิม่า แต่ผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีส่งผลให้เธอเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย เธอเป็นไข้หวัดง่าย มีรอยปูดที่ต้นคอ และมีรอยจ้ำสีม่วงลุกลามตามขา จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในปี 1955 วันที่ 3 สิงหาคม ปีเดียวกันนั้นเอง เธอสังเกตเห็นนกกระเรียนกระดาษที่ชาวนาโกย่าพับมาบริจาคเป็นของขวัญเยี่ยมไข้ เธอจึงเริ่มต้นพับนกกระเรียนกระดาษตามคติความเชื่อของชาวญี่ปุ่นว่า หากพับนกกระเรียนได้พันตัว ความหวังจะเป็นจริง แม้กระดาษจะขาดแคลนในช่วงหลังสงครามจนเธอต้องใช้กระดาษห่อเวชภัณฑ์ใช้แล้ว หรือขอของเยี่ยมเป็นกระดาษแทนที่จะเป็นขนมหรือผลไม้ เมื่อเธอสิ้นลมหายใจลงในวันที่ 26 ตุลาคม 1955 เธอพับนกกระเรียนกระดาษได้เพียง 644 ตัว แต่เพื่อนๆของเธอช่วยกันพับจนครบ 1,000 ตัว พร้อมแสดงนกกระเรียนกระดาษทั้งหมดให้ซาดาโกะเห็นก่อนสิ้นใจ คำสุดท้ายที่เธอกล่าวออกมาคือ ดีแล้ว หลังเธอเสียชีวิต เพื่อนร่วมโรงเรียนของเธอได้ส่งจดหมายขอรับบริจาคเพื่อสร้างรูปปั้นของเธอไว้ในบริเวณอนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิม่า พร้อมแผ่นจารึกความว่า นี่คือเสียงร่ำไห้ของเรา นี่คือเสียงภาวนาของเรา สันติสุขแห่งโลก


อนุสาวรีย์ซาดาโกะกับกระเรียนพันตัว


โดมอนุสรณ์สถานสันติภาพ ฮิโรชิมา

ความเสียใจของอัจฉริยะ

เมื่อไอน์สไตน์ทราบข่าวการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่า เขาพยายามติดต่อออพเพนไฮเมอร์เพื่อยับยั้งการใช้ระเบิดลูกต่อๆไป ด้วยว่าจุดประสงค์แรกเริ่มของการเขียนจดหมายแนะนำให้ประธานาธิบดีรูสเวลต์ดำเนินโครงการแมนฮัตตันนั้น ไอน์สไตน์เพียงต้องการให้สหรัฐพัฒนาอาวุธปรมาณูได้ก่อนนาซีเยอรมัน ไม่ได้คิดจะนำมันไปเป็นอาวุธทำลายล้างคร่าชีวิตผู้คนแต่อย่างใด หากทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะไอน์สไตน์มิได้เข้าร่วมการพัฒนาอาวุธปรมาณูตั้งแต่เริ่มต้น จึงมิอาจติดต่อหรือยับยั้งการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรูแมนที่จะทิ้งระเบิดลูกที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นยังไม่ยอมแพ้

อัจฉริยะผู้เป็นต้นชนวนของอาวุธทำลายล้างรุนแรงที่สุดของมนุษยชาติด้วยการคิดสมการในกระดาษแผ่นเดียว และการลงชื่อในจดหมายเพียงฉบับเดียวจึงต้องเสียใจไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ไอน์สไตน์กล่าวถึงเรื่องที่เขาส่งจดหมายฉบับนั้นไปถึงประธานาธิบดีรูสเวลต์ว่า เป็นความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต

เดือนสิงหาคม เดือนที่โลกรับรู้ถึงพลังทำลายมหาศาลอันรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของระเบิดปรมาณู ที่เริ่มต้นเกิดขึ้นจากแผ่นกระดาษไม่กี่แผ่น โศกนาฏกรรมแสนอัปยศของมวลมนุษยชาติที่สมควรยับยั้งมิให้เกิดซ้ำขึ้นอีก แต่ก็ยังมีความหวังแห่งสันติภาพจากมือเล็กๆที่ก่อร่างขึ้นบนแผ่นกระดาษไม่กี่แผ่นด้วยเช่นกัน

อ้างอิง
http://en.wikipedia.org/wiki/Atomic_bombings_of_Hiroshima_and_Nagasaki
http://en.wikipedia.org/wiki/Hibakusha
http://www.sadako.org/sadakostory.htm
สงครามโลกครั้งที่สองสยองขวัญ, นานมีบุคส์
Flag of our Fathers, มติชน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สงครามไม่เคยให้อะไร นอกจากความสุญเสียที่ยิ่งใหญ่จริงๆ..
ถ้ามองในแง่ดี และเปรียบเทียบกับบ้านเรา
ทำให้รู้ว่าการยอมรับความจริง และความลำบาก
ทำให้ประชาชน และประเทศของเค้าพัฒนาไปไกล

ไกลเกินกว่าที่ประเทศไร้ประสิทธิภาพของเราจะตามทันได้
ไม่รู้ว่าต้องรออีกกี่ร้อยกี่พันชั่วคน บ้านเราถึงจะเจริญจริงๆซักที

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์สอนหลายสิ่งให้เรา
และเป็นครูที่ดีเสมอมา แต่ดูเหมือนประเทศเรา
จะเดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์บ่อยๆ ทำไมกัน?

โอ๊ยเศร้าประเทศไทย

ปล.เกลียดสหรัฐมากมาย เกลียดมัน!!

thx. ka

#3 By ★。 zlitar 。★ on 2007-11-22 20:36