กรกฎาคม เดือนแห่งการปฏิวัติการเมือง

http://www.usa.gov/Topics/Independence_Day.shtml
http://memory.loc.gov/ammem/today/jul04.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Independence_Day_%28United_States%29
http://en.wikipedia.org/wiki/Bastille_Day
http://14juillet.senat.fr/toutsavoir/index.html


เดือนนี้ เมื่อ ๓๐๑ ปีที่แล้ว สหพันธรัฐเอกราชหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้น ตามคำประกาศอิสรภาพจากจักรวรรดิบริเตน สหพันธรัฐแห่งทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาจนกลายเป็นอภิมหาอำนาจสูงสุดแห่งโลกปัจจุบัน

เดือนนี้ เมื่อ ๒๘๘ ปีที่แล้ว มวลมหาประชาชนแห่งราชอาณาจักรหนึ่ง ได้ล้มล้างการกดขี่ข่มเหงของเจ้าผู้ปกครอง แล้วสถาปนาสาธารณรัฐโดยมหาชนขึ้น ก่อนจะผ่านความรุ่งโรจน์และความตกต่ำในห้วงเวลา แต่ความทรงจำอันทรงค่านั้นยังถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติชั่วนิรันดร์

ความสำคัญของเดือนกรกฎาคม เดือนที่อากาศในเขตมรสุมอย่างประเทศไทยยังประปรายไปด้วยสายฝน แต่ประเทศในเขตอบอุ่นต่างๆย่างเข้าสู่ฤดูร้อน กระแสความร้อนที่พัดผ่านทวีปยุโรปและอเมริกา ก็ย้ำเตือนให้ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์โลกที่เปลี่ยนโลกทั้งใบไป ในเดือนนี้สองเหตุการณ์ ทั้งยังกลายเป็นงานเฉลิมฉลองรำลึกถึงความสำเร็จต่างกรรมต่างวาระขึ้นในสองประเทศมหาอำนาจของโลก ที่มีที่นั่งถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย

วันที่ ๔ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๗๗๖ ชาวอาณานิคมปกครองตนเองอเมริกาเหนือทั้ง ๑๓ รัฐ อันได้แก่ จอร์เจีย, เวอร์จิเนีย, นอร์ธ คาโรไลน่า, เซาธ์ คาโรไลน่า, แมสซาชูเส็ตต์, แมรีแลนด์, เพนซิลเวเนีย, เดลาแวร์, นิวยอร์ค, นิวเจอร์ซีย์, นิวแฮมพ์เชียร์, คอนเน็คติกัต และโรด ไอแลนด์ได้ลงนามประกาศอิสรภาพจากจักรวรรดิบริเตน



ภาพวาดการรื้อพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าจอร์จ ที่ ๓ ของชาวอาณานิคม

ในรัชสมัยของพระเจ้าจอร์จที่ ๓ ได้กดขี่ข่มเหงชาวอาณานิคมในการดำรงชีพด้วยการเก็บภาษีนานัปการ เพื่อนำไปสนับสนุนสงครามภาคพื้นยุโรปกับฝรั่งเศสและสเปน ตั้งแต่การเก็บภาษีกากน้ำตาลที่ใช้หมักกลั่นเหล้ารัม(Molasses Tax) ภาษีใบยาสูบ (Tobacco Tax) ภาษีแสตมป์ (Stamp Act)จนมาแตกหักในเหตุการณ์งานเลี้ยงน้ำชาแห่งบอสตัน (Boston Tea Party) .ในวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๑๗๗๓ ชาวอาณานิคมบุกขึ้นไปบนเรือสินค้านำเข้าพร้อมเทหีบห่อใบชาลงทะเลเพื่อต่อต้านการเก็บภาษีชา(Tea Act) ของจักรวรรดิอังกฤษ ผู้ปกครองหลายคนของอาณานิคมพร้อมยอมรับชดใช้ค่าเสียหาย แต่จักรวรรดิอังกฤษกลับเพิกเฉย นำกำลังทหารมากวาดล้างจับกุม ทั้งยังปฏิเสธสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งและการมีตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎรของชาวอาณานิคมอย่างไม่เหลือเยื่อใย



ภาพวาดเหตุการณ์งานเลี้ยงน้ำชาแห่งบอสตัน

กลุ่มผู้ก่อการทั้ง ๔๔ คน จาก ๑๓ มลรัฐนำโดย โธมัส เจฟเฟอร์สันจึงได้ร่างคำประกาศอิสรภาพแห่งสหพันธรัฐ พร้อมก่อตั้งสหรัฐอเมริกาขึ้นเป็นเอกราช นำกองทัพอาณานิคมเข้ารบไล่กองกำลังของจักรวรรดิแม่โดยมีนายพล จอร์จ วอชิงตัน เป็นจอมทัพ ก่อนที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกและฉบับเดียวขึ้นปกครองประเทศอันมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ซึ่งประธานาธิบดีคนแรกคือแม่ทัพในการสงครามประกาศอิสรภาพครั้งนี้ จอร์จ วอชิงตัน

คำประกาศอิสรภาพนั้น มีใจความโดยย่อว่า

มนุษย์ทั้งหลายล้วนถูกสร้างมาเท่าเทียม พระผู้สร้างทรงอำนวยสิทธิในชีวิต อิสรภาพ และความสุขแก่มนุษย์ไม่แตกต่างกัน รัฐบาลจึงมีหน้าที่ต้องอำนวยสิทธิเหล่านี้แก่ราษฎร หากรัฐบาลใดกระทำการอันขัดต่อสิ่งเหล่านี้ ราษฎรมีสิทธิล้มล้างรัฐบาล แล้วสร้างอำนาจปกครองแห่งรัฐขึ้นมาใหม่ได้

เมื่อรัฐบาลแห่งจักรวรรดิบริเตน ได้กระทำการอันขัดต่อสิทธิในชีวิต อิสรภาพ และความสุขของชาวอาณานิคม ชาวอาณานิคมจึงจำต้องปฏิเสธกฎหมายหรืออำนาจปกครองใดๆของจักรวรรดิ และจัดตั้งสหรัฐอเมริกาขึ้นมาปกครองตนเองนับแต่นี้เป็นต้นไป


Declaration of Independence, 1776


คำประกาศอิสรภาพ สหรัฐอเมริกา

นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ประเทศสหรัฐอเมริกาก็พัฒนาตนเองเพียงแต่เฉพาะภายในทวีป โดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับกิจการของภาคพื้นยุโรปตามวาทะมอนโร ของประธานาธิบดี เจมส์ มอนโร ก่อนที่จะสยายปีกเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ เมื่อเรือโดยสารลูซิตาเนียถูกเรือดำน้ำเยอรมันจมลง ด้วยกำลังการผลิตแบบอุตสาหกรรมทันสมัย และพลานุภาพทางเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกาเข้าไปมีบทบาทฟื้นฟูภาคพื้นยุโรปยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ และเมื่อเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง การที่ประเทศไม่บอบช้ำจากไฟสงคราม ได้ทำให้สหรัฐอเมริกาผงาดขึ้นมาเป็นอภิมหาอำนาจแห่งโลกเสรีคู่กันกับสหภาพโซเวียตแห่งค่ายคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น ก่อนที่จะกลายเป็นอภิมหาอำนาจเดี่ยวหลังโซเวียตล่มสลายในปี ๑๙๙๑

แม้จะเป็นมหาอำนาจเพียงไร วันที่ ๔ กรกฎาคมก็ยังตราตรึงในหัวใจของอเมริกันชนทุกผู้ทุกนาม ได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดแห่งชาติ มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะงานดอกไม้ไฟเหนือลำน้ำโปโตแม็ค กรุงวอชิงตัน ดี ซี ที่ประชาชนต่างล้นหลามเนืองแน่นไปชมพลุดอกไม้ไฟประจำปีในงานวันประกาศอิสรภาพ

วันที่ ๔ กรกฎาคม ยังมีนัยสำคัญในสื่อชนิดต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ หรือละครเวที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง ID 4 ได้ตอกย้ำความสำคัญของวันประกาศอิสรภาพอเมริกาในฐานะตัวแทนของอิสรภาพและเสรีภาพของมนุษยชาติเลยทีเดียว

การประกาศอิสรภาพของอเมริกาในครั้งนั้น ได้ส่งผลกระเทือนไปทั่วโลก เนื่องจากแสดงให้เห็นว่าอำนาจของจักรวรรดินิยมอังกฤษเริ่มเสื่อมลง และทฤษฎีอำนาจอธิปไตยของมหาชนต้องอยู่เหนืออำนาจปกครองของรัฐ ตามแนวคิดของนักปรัชญาประชาคม จอห์น ล็อค ได้เกิดขึ้นจริงแล้วบนโลกใบนี้

สิบสามปีต่อมา ในประเทศฝรั่งเศส ความคับแค้นของชนชั้นกลางและชนชั้นล่างที่มีต่อระบบกษัตริย์ที่คุกรุ่นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๖ จะมีพระบรมราชโองการเรียกประชุมสภาฐานันดรเข้ามาแก้ไขและไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อราชสำนักยังใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยจนเงินในท้องพระคลังร่อยหรอและต้องขูดรีดภาษีกับราษฎรมากขึ้นทุกที อัตราการว่างงานสูงลิบลิ่วและค่าครองชีพก็พุ่งสูงขึ้นไม่แพ้กัน ผู้ที่มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างหรือแสดงความไม่พอใจ ก็ถูกจับกุมคุมขังเข้าไปในคุกบาสติลล์

ทั้งมวลล้วนบีบคั้นให้ประชาชนแสดงออกอย่างรุนแรง ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๑๗๘๙ ฝูงชนได้บุกเข้าทลายคุกบาสติลล์ เผาสถานที่ราชการ คฤหาสน์ขุนนางและพระราชวัง ร่ำร้องคำปฎิญาณ vive le nation Long Live the Nation แทนคำถวายสัตย์ Vive le roi Long live the King เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางต้องอพยพหนีความบ้าคลั่งของฝูงชนไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะรัสเซีย แต่กษัตริย์หลุยส์ที่ ๑๖ และพระนางมารีอังตัวเน็ตต์หนีไม่รอด ถูกจับกุมมาดำเนินคดีในข้อหากระทำการอันเป็นกบฏต่อประเทศ ถูกประหารด้วยกีโยตีนในปีถัดมา เป็นอันสุดสิ้นการปกครองของกษัตริย์ในราชวงศ์บูร์บง เริ่มต้นสถาปนาสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ ๑



ภาพวาดการทลายคุกบาสติลล์

แม้ว่าสาธารณรัฐฝรั่งเศสนี้จะตั้งขึ้นด้วยจิตใจหมายเรียกร้องความเป็นธรรม แต่เมื่อผู้มีอำนาจเกิดหลงครอบครอง ก็กลับกลายเป็นการนองเลือดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งนโปเลียน โบนาปาร์ต แม่ทัพใหญ่ของสาธารณรัฐฝรั่งเศสประกาศตนเป็นจักรพรรดิหลังยกกองทัพบุกปรัสเซียสำเร็จ หากไม่นานเมื่อนโปเลียนพ่ายศึกที่วอเตอร์ลู ก็มีการก่อตั้งสาธารณรัฐที่ ๒ ขึ้นแต่ก็กลับกลายเป็นราชอาณาจักรอีกครั้งในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ ๓ และเมื่อพระเจ้านโปเลียนที่ ๓ พ่ายสงคราม Franco-Prussia กับรัฐปรัสเซียโดยการนำของอัครสมุหนายก บิสมาร์ค ก็ได้มีการตั้งสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ ๓ ขึ้น

ปัจจุบันรัฐบาลฝรั่งเศสถือเป็นสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ ๕ ซึ่งสถาปนาขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยนายพลชาร์ลส์ เดอ โกลล์ ระบบการปกครองเป็นประชาธิปไตยอันมีประธานาธิบดีเป็นทั้งประมุขรัฐและฝ่ายบริหาร และมีนายกรัฐมนตรีรับคำสั่งในภาคปฏิบัติ วันที่ ๑๔ กรกฎาคมได้รับการยกย่องให้เป็นวันสถาปนาสาธารณรัฐและวันชาติ รวมถึงเป็นวันหยุดแห่งชาติ "Fête Nationale" มีการเฉลิมฉลองทั่วประเทศทั้งการประดับธงทิวนานา ประดับไฟแสงสีและการจุดพลุดอกไม้ไฟฉลองอย่างดงามอลังการ



หอไอเฟลประดับดอกไม้ไฟในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม

กรกฎาคม(July) เดือนที่ชื่อถูกตั้งให้เป็นเกียรติแก่ จูเลียส ซีซาร์ จอมทัพแห่งโรมันผู้เผด็จอำนาจเหนือสภาแห่งสาธารณรัฐ และตั้งตนเป็นจักรพรรดิปกครอง กลับเป็นเดือนแห่งความทรงจำของมวลประชาชนผู้ต่อสู้กับการกดขี่ข่มเหงของทรราชเพื่อประกาศอิสรภาพของตนจากอำนาจเผด็จการซึ่งประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติจักจารึกไว้ชั่วกาลนาน

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาจนถึง 60000 ด้วยครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ประเทศไทยกับฝรั่งเศสมีอะไรที่คล้ายๆกันมาก
เพราะเอาแบบมาเกือบทั้งหมด
รวมถึงผู้ที่ทำการปฏิวัติต่างๆในที่สุดก็หลงอำนาจเช่นกัน...

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยเหนือกว่าคือ
พระมหากษัตริย์ของเราประพฤติพระองค์
ในทศพิศราชธรรมตลอด
ซึ่งหวังว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อๆไปทุกๆรัชสมัย...

อืม....ประวัติศาสตร์การเมืองของเดือนนี้คงจะยาวยืดต่อไปอีกแหล่ะนะ

#2 By ~`♫´~【RedharinG】~`♫´~ on 2007-07-05 11:47

ประวัตศาสตร์ . . . เป็นวิชาหนึ่งที่ไอแพทเคยพยายามศึกษา . . .ศึกษาแล้วผลที่ได้คือ เกรด 2



#3 By ไอแพทเอง~* on 2007-07-05 14:38

วันนี้มาแบบสาระหนักแน่นมากๆ
ชอบฮ่ะ....บลอที่มีรูปประกอบไม่เข้ากับบลอคนี่ยิ่งชอบ55+

ปล.เต็มใจเป็น 1 ในหกหมื่นต่อไปอย่างเต็มใจฮ่ะ
ชอบๆครับ ความรู้ประวัติศาสตร์